
ปัญหาการส่งกำลังที่ไม่สม่ำเสมอ ระบบขับเคลื่อนชำรุดก่อนเวลาอันควร อาการโซ่หลุดหรือเคลื่อนออกจากแนว ตลอดจนการสึกหรอจากแรงเสียดทานที่อาจทำให้กลไกของเครื่องจักรต้องหยุดชะงัก ล้วนเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบเครื่องจักรในโรงงาน ชุดเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลังจึงถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องทำงานได้อย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ หลายบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลังที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับการใช้งาน เพราะนอกจากจะช่วยถ่ายทอดกำลังระหว่างกลไกได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดปัญหาการสึกหรอที่อาจเกิดขึ้นกับระบบ และช่วยยกระดับเสถียรภาพของเครื่องจักรให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง

KATAYAMA CHAIN ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ระบบส่งกำลังชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ที่สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 100 ปี ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพภายใต้แบรนด์ KANA โดยเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการพัฒนาเฟืองโซ่ ซึ่งเดิมผลิตตามคำสั่งซื้อ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่สามารถสำรองและจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมกว่า 33,000 รายการ และมีสินค้าคงคลังรวมมากกว่า 3 ล้านชิ้น เพื่อตอบโจทย์ระบบส่งกำลังของเครื่องจักรอุตสาหกรรมอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลังมาตรฐาน JIS และ ANSI เฟืองโซ่สำเร็จรูปพร้อมรูเพลา โซ่ส่งกำลัง Fitlink ลูกรอกดันโซ่ ตลอดจนเกียร์และอุปกรณ์ส่งกำลังหลากหลายประเภท ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเตรียมชิ้นส่วน พร้อมสนับสนุนการทำงานของช่างและภาคการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยการยึดมั่นในปรัชญาองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเคารพผู้คนและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม KANA จึงมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยพันธกิจในการส่งมอบ “ความพึงพอใจและความมั่นใจ” ให้แก่ลูกค้า ผ่านการจัดหาผลิตภัณฑ์ระบบส่งกำลังอย่างมั่นคง ตั้งแต่ด้านคุณภาพ ราคาที่มีเสถียรภาพ และระยะเวลาการส่งมอบที่เชื่อถือได้ พร้อมพัฒนาระบบโลจิสติกส์ DOLS ที่นำระบบบริหารจัดการด้วยคอมพิวเตอร์และคลังสินค้าอัตโนมัติมาใช้ เพื่อบริหารสินค้าคงคลังและรองรับคำสั่งซื้อได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีฐานโลจิสติกส์ในประเทศจีนและไทย พร้อมเครือข่ายโรงงานพันธมิตรในจีน เวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการจัดหาผลิตภัณฑ์ KANA ไปยังกว่า 55 ประเทศทั่วโลก และช่วยให้ภาคการผลิตสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

ยกระดับเสถียรภาพ ความแม่นยำ และประสิทธิภาพให้แก่เครื่องจักรและสายการผลิตอุตสาหกรรมของคุณ ด้วยผลิตภัณฑ์เฟืองโซ่และระบบส่งกำลัง KANA จาก KATAYAMA CHAIN ที่พร้อมตอบโจทย์การส่งกำลังในเครื่องจักรหลากหลายรูปแบบ เพื่อช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการติดตั้ง รวมถึงสนับสนุนให้ระบบเครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE หรือ Hot Line : 095-164-5592
“เฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลัง KANA โซลูชันระบบส่งกำลังคุณภาพจากญี่ปุ่น พร้อมการจัดหาที่มั่นคง เพื่อขับเคลื่อนทุกกระบวนการผลิตให้เดินหน้าต่อเนื่อง”
ทำความรู้จักเบื้องต้นกับ 5 ผลิตภัณฑ์ระบบส่งกำลัง KANA ตัวช่วยเพิ่มเสถียรภาพและลดความเสี่ยงจาก Downtime

ผลิตภัณฑ์ระบบส่งกำลัง KANA คือ กลุ่มชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับถ่ายทอดและควบคุมการส่งกำลังในเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยทำหน้าที่รับและส่งผ่านพลังงานจากต้นกำลัง เช่น มอเตอร์หรือเครื่องยนต์ ไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องจักร เพื่อให้สามารถทำงานและเคลื่อนที่ได้ตามที่ต้องการ ครอบคลุมตั้งแต่เฟืองโซ่ โซ่ส่งกำลัง ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับปรับแนวและความตึงของโซ่ ซึ่งการเลือกใช้ชิ้นส่วนที่เหมาะสมกับระบบ รวมถึงการติดตั้งและปรับตั้งอย่างถูกต้อง จะช่วยรักษาประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบส่งกำลัง ลดปัญหาที่อาจเกิดจากโซ่หย่อนหรือความตึงที่ไม่เหมาะสม และช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดปกติที่อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของเครื่องจักร
โดยผลิตภัณฑ์ระบบส่งกำลัง KANA มีให้เลือกหลากหลายประเภทและขนาด เพื่อรองรับเครื่องจักรและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งบทความนี้จะพาไปรู้จักกับ 5 ผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในระบบส่งกำลังด้วยโซ่ ดังนี้

1. เฟืองโซ่ (Sprocket)
เฟืองโซ่ (Sprocket) แบรนด์ KANA เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนหลักของระบบส่งกำลังด้วยโซ่ ทำหน้าที่ขบเข้ากับโซ่ เพื่อถ่ายทอดแรงหมุนและกำลังจากเพลาขับไปยังเพลาตาม โดย KANA มีเฟืองโซ่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบและขนาด เพื่อรองรับความต้องการของเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบแผ่นเรียบ แบบมีดุม ตลอดจนเฟืองโซ่แบบรูเพลาสำเร็จรูป (Finished Bore) ซึ่งผ่านการเจาะรูเพลาและรูสำหรับยึดไว้ล่วงหน้า ทำให้สามารถนำไปติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเจาะหรือตัดเฉือนเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกวัสดุอย่างสแตนเลสและผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่นๆ ให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน ช่วยให้สามารถเลือกเฟืองโซ่ให้เหมาะสมกับระบบส่งกำลังของเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. โซ่ส่งกำลัง (Roller Chain)
โซ่ส่งกำลัง หรือโซ่ลูกกลิ้ง (Roller Chain) แบรนด์ KANA เป็นชิ้นส่วนที่ทำงานร่วมกับเฟืองโซ่เพื่อถ่ายทอดกำลังและการเคลื่อนที่ระหว่างเพลา โดยตัวโซ่จะเคลื่อนที่และขบเข้ากับฟันของเฟืองโซ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งผ่านกำลังไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องจักร โดย KANA มี Roller Chain ให้เลือกหลากหลายขนาดและรูปแบบ รวมถึงโซ่ลูกกลิ้งมาตรฐานและโซ่ลูกกลิ้งสแตนเลส เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกขนาดและประเภทของโซ่ให้เหมาะสมกับเฟืองโซ่และภาระงาน พร้อมรักษาความตึงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยสนับสนุนให้ระบบส่งกำลังทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพและต่อเนื่อง

3. เฟืองปรับทิศทางโซ่ (Idler Sprocket)
เฟืองปรับทิศทางโซ่ (Idler Sprocket) แบรนด์ KANA เป็นชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกับระบบส่งกำลังด้วยโซ่ ทำหน้าที่ช่วยประคองและนำทางโซ่ ปรับแนวการเคลื่อนที่ รวมถึงช่วยรักษาความตึงของโซ่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยตัวเฟืองสามารถหมุนได้อย่างอิสระตามการเคลื่อนที่ของโซ่โดยไม่ทำหน้าที่เป็นเฟืองขับหรือเฟืองตาม จึงสามารถนำมาใช้ช่วยควบคุมแนวทางเดินของโซ่และชดเชยความหย่อนในระบบได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้การติดตั้งเฟืองปรับทิศทางโซ่ในตำแหน่งที่ถูกต้องยังช่วยลดการแกว่งหรือกระพือของโซ่ ลดแรงสั่นสะเทือนและการสึกหรอที่อาจเกิดจากแนวโซ่หรือความตึงที่ไม่เหมาะสม พร้อมช่วยให้ชุดส่งกำลังทำงานได้อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

4. อุปกรณ์ปรับความตึงโซ่ Tight Holder
Tight Holder แบรนด์ KANA เป็นชุดอุปกรณ์สำหรับช่วยปรับความตึงของโซ่ในระบบส่งกำลัง โดยประกอบด้วย Idler Sprocket แผ่นฐาน และกลไกสลักเยื้องศูนย์ (Eccentric Pin) ที่ช่วยให้สามารถปรับตั้งตำแหน่งของ Idler Sprocket ให้เหมาะสมกับความหย่อนของโซ่ ก่อนยึดตำแหน่งให้แน่นด้วยน็อต ตัวอุปกรณ์ติดตั้งบริเวณด้านหย่อนของโซ่ (Slack Side) เพื่อช่วยรักษาความตึงของโซ่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลัง และช่วยรักษาอายุการใช้งานของโซ่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Spacer หรือ L-Type Attachment ที่จำหน่ายแยก เพื่อรองรับรูปแบบการติดตั้งให้เหมาะสมกับลักษณะฐานของเครื่องจักรได้

5. อุปกรณ์ปรับความตึงโซ่อัตโนมัติ Tight Master
Tight Master แบรนด์ KANA เป็นชุดอุปกรณ์ปรับความตึงโซ่อัตโนมัติที่มาพร้อม Idler Sprocket มาตรฐาน โดยใช้กลไกสปริงภายในเพื่อรักษาแรงตึงของโซ่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และปรับชดเชยการยืดตัวของโซ่โดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระที่เกิดขึ้นกับโซ่ พร้อมมีกลไกที่ช่วยยับยั้งการกระชากของโซ่เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกรุนแรง นอกจากนี้ยังสามารถปรับแรงของสปริงภายในด้วย Press Screw ได้ทั้งหลังการติดตั้งและระหว่างการใช้งาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลัง ลดปัญหาที่เกิดจากโซ่หย่อนและการสึกหรอของโซ่กับเฟืองโซ่ พร้อมช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบส่งกำลัง
ยกระดับความทนทานของเฟืองโซ่ KANA ด้วยเทคโนโลยีการปรับสภาพพื้นผิว

การปรับสภาพพื้นผิว (Surface Treatment) คือ กระบวนการปรับปรุงคุณสมบัติบริเวณพื้นผิวของวัสดุด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การชุบ การเคลือบ การอบชุบ หรือกระบวนการทางไฟฟ้าเคมี เพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นความแข็งของพื้นผิว ความทนทานต่อการสึกหรอ การป้องกันสนิมและการกัดกร่อน รวมถึงความทนทานต่อความร้อน ซึ่งช่วยปกป้องพื้นผิวและยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและลักษณะการทำงาน โดยเฟืองโซ่แบรนด์ KANA มีตัวเลือกการปรับสภาพพื้นผิวทั้งแบบมาตรฐานและแบบพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. BK คือ การชุบดำ (Black Oxide Film) เป็นกระบวนการปรับสภาพพื้นผิวด้วยฟิล์มออกไซด์สีดำ ช่วยเพิ่มความสวยงามของชิ้นงานและช่วยป้องกันการเกิดสนิมในระดับเบื้องต้น เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรภายในอาคาร หรือเครื่องจักรที่ติดตั้งในบริเวณที่มีความชื้นไม่สูง โดยการใช้น้ำมันหรือสารป้องกันสนิมร่วมด้วยสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปกป้องพื้นผิวได้
2. UC คือ การชุบซิงค์ขาว (Trivalent Unichrome) เป็นกระบวนการชุบสังกะสีพร้อมปรับสภาพผิวแบบไตรวาเลนต์ ทำให้พื้นผิวมีลักษณะสีขาวอมเงิน ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อน เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรอุตสาหกรรมทั่วไป โดยเฉพาะเครื่องจักรที่ติดตั้งในบริเวณที่อาจสัมผัสกับความชื้นและต้องการการปกป้องพื้นผิวจากการเกิดสนิมและการกัดกร่อน
3. CM คือ การชุบซิงค์รุ้งหรือการชุบซิงค์เหลือง (Trivalent Chromate) เป็นกระบวนการชุบสังกะสีพร้อมปรับสภาพผิวด้วยไตรวาเลนต์โครเมต ทำให้พื้นผิวมีลักษณะสีเหลืองหรือเหลืองรุ้ง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อน เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรอุตสาหกรรมทั่วไป โดยเฉพาะเครื่องจักรที่ติดตั้งในบริเวณที่มีความชื้นหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อน

4. ชุบนิเกิลแบบไม่ใช้ไฟฟ้า (Electroless Nickel) เป็นการสร้างชั้นฟิล์มเคลือบสีเงินอ่อนอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้นงาน จึงสามารถเคลือบชิ้นส่วนที่มีรูปทรงซับซ้อนได้อย่างทั่วถึง ทั้งยังช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและการสึกหรอ โดยมีความทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าการชุบนิเกิลทั่วไป เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรที่มีการทำงานต่อเนื่องและมีโอกาสเกิดการสึกหรอ รวมถึงเครื่องจักรที่ใช้งานในบริเวณที่มีความชื้นหรือมีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อน เช่น เครื่องจักรในสายการผลิตและระบบลำเลียง
5. ชุบโครเมียม (Chrome Plating) เป็นการชุบโครเมียมทับหลังจากการชุบนิกเกิล ทำให้พื้นผิวมีลักษณะสีเทาและมีความเงางามสูง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและการสึกหรอ รวมถึงมีความทนทานต่อความร้อนสูง เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรที่มีการทำงานต่อเนื่องและมีโอกาสเกิดการสึกหรอของชิ้นส่วน เช่น เครื่องจักรในสายการผลิตหรือระบบลำเลียง รวมถึงเครื่องจักรที่ทำงานในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง
6. ชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน (Hot-dip Galvanizing) เป็นกระบวนการจุ่มชิ้นงานลงในสังกะสีหลอมเหลว เพื่อสร้างชั้นเคลือบที่มีความหนา ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและป้องกันพื้นผิวจากการเกิดสนิม เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรกลางแจ้ง หรือเครื่องจักรที่ติดตั้งในบริเวณที่มีความชื้นและมีความเสี่ยงต่อการเกิดสนิม เช่น ระบบลำเลียงและเครื่องจักรที่ติดตั้งภายนอกอาคาร

7. การทำอโนไดซ์ (Anodizing) เป็นกระบวนการปรับสภาพพื้นผิวด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมีสำหรับชิ้นงานอลูมิเนียมอัลลอยด์ เพื่อสร้างชั้นฟิล์มออกไซด์บนพื้นผิว โดยมีทั้งแบบสีขาวและสีดำ ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและความร้อนได้ดี ทั้งยังมีคุณสมบัติเป็นฉนวนและไม่นำไฟฟ้า เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรอัตโนมัติ เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงบริเวณที่ต้องการชิ้นส่วนอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและมีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้า
8. ทัฟไตรด์ (Tufftride) เป็นกระบวนการปรับสภาพพื้นผิวด้วยการอบชุบในอ่างเกลือที่อุณหภูมิประมาณ 580 องศาเซลเซียส เพื่อเพิ่มความแข็งของพื้นผิวและความทนทานต่อการกัดกร่อน โดยเป็นกระบวนการอบชุบที่ใช้อุณหภูมิต่ำเมื่อเทียบกับการอบชุบเหล็กบางประเภท จึงช่วยลดการบิดเบี้ยวและเสียรูปของชิ้นงาน เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรที่ต้องการความแข็งและความทนทานของพื้นผิวสูง เช่น เครื่องจักรในสายการผลิตหรือระบบลำเลียงที่มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง
9. เคลือบเรย์เดนท์ (Raydent) เป็นการเคลือบผิวด้วยฟิล์มป้องกันสนิมสีดำที่มีความหนาเพียง 1-2 ไมครอน ผ่านกระบวนการที่อุณหภูมิต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันสนิมในระยะยาว และช่วยลดการบิดเบี้ยวหรือเสียรูปของชิ้นงานจากกระบวนการปรับสภาพพื้นผิว เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรในบริเวณที่มีความชื้น หรือสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสนิมและต้องการการปกป้องพื้นผิวในระยะยาว
10. การขัดผิวด้วยไฟฟ้า (Electropolishing) เป็นกระบวนการปรับสภาพพื้นผิวด้วยไฟฟ้าเพื่อกำจัดเสี้ยนหรือครีบโลหะขนาดเล็ก ช่วยให้พื้นผิวมีความเรียบและเงางาม พร้อมเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน โดยเฉพาะชิ้นงานสแตนเลสที่กระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มความเข้มข้นของโครเมียมบริเวณพื้นผิวและเสริมความทนทานต่อการกัดกร่อน เหมาะสำหรับเฟืองที่ต้องการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรที่ให้ความสำคัญกับความเรียบและความสะอาดของพื้นผิว เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมอาหารหรือยา รวมถึงงานที่ต้องการความทนทานต่อการกัดกร่อนและพื้นผิวที่เงางาม
ดังนั้น การเลือกประเภทการปรับสภาพพื้นผิวของเฟืองโซ่ KANA ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมของเครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็นความชื้น อุณหภูมิ หรือความเสี่ยงต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความทนทาน ปกป้องพื้นผิวจากความเสียหาย และช่วยให้เฟืองสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสภาพแวดล้อม
แนะนำ 5 ผลิตภัณฑ์ระบบส่งกำลัง KANA ยอดนิยม

ในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ต้องแข่งขันกับเวลา ความแม่นยำ ความทนทาน และการเลือกใช้ชิ้นส่วนระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เครื่องจักรและสายการผลิตสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ทาง MONET จึงได้คัดสรร 5 ผลิตภัณฑ์ระบบส่งกำลังจากแบรนด์ KANA ที่น่าสนใจ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เฟืองโซ่ โซ่ส่งกำลัง ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับปรับความตึงของโซ่ เพื่อรองรับการใช้งานกับเครื่องจักรและระบบลำเลียงในภาคอุตสาหกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. เฟืองโซ่ KANA ซีรีส์ HG40A
เฟืองโซ่ KANA ซีรีส์ HG40A เป็นเฟืองโซ่เกรดสูงแบบ A-Type สำหรับใช้งานร่วมกับโซ่เบอร์ 40 ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้าง (Carbon Structural Steel) โดยบริเวณฟันเฟืองผ่านการชุบแข็งด้วยความถี่สูง (High-Frequency Hardened Teeth) สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบในระบบส่งกำลังด้วยโซ่ของเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม
เฟืองโซ่ HG40A รองรับโซ่ที่มีระยะพิตช์ 12.70 มม. ความกว้างด้านในของข้อต่อลูกกลิ้ง 7.95 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของลูกกลิ้ง 7.92 มม. โดยตัวเฟืองมีความกว้างของฟัน 7.2 มม. พร้อมจำนวนฟันให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 11-80 ฟัน ซึ่งแต่ละขนาดมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ ขนาดรูเพลา และน้ำหนักแตกต่างกัน จึงสามารถเลือกขนาดให้เหมาะสมกับการออกแบบและพื้นที่ติดตั้งของระบบส่งกำลังในแต่ละเครื่องจักรได้

2. โซ่ส่งกำลัง KANA 1 แถว
โซ่ส่งกำลัง KANA แบบ 1 แถว เป็นโซ่ลูกกลิ้งมาตรฐาน โครงสร้างแบบแถวเดียว สำหรับใช้ร่วมกับเฟืองโซ่ในการถ่ายทอดกำลังและการหมุนระหว่างเพลา มีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่โซ่เบอร์ 25-1 ถึง 200-1 โดยแต่ละเบอร์มีระยะพิตช์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของลูกกลิ้ง ความกว้างด้านในของข้อโซ่ ขนาดพิน ขนาดแผ่นข้อโซ่ และค่าความแข็งแรงดึงเฉลี่ยแตกต่างกัน เพื่อรองรับการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับระบบส่งกำลังแต่ละประเภท
ตัวอย่างเช่น โซ่เบอร์ 40-1 มีระยะพิตช์ 12.70 มม. และค่าความแข็งแรงดึงเฉลี่ย 18.6 kN, โซ่เบอร์ 50-1 มีระยะพิตช์ 15.875 มม. และค่าความแข็งแรงดึงเฉลี่ย 31.3 kN ขณะที่ โซ่เบอร์ 80-1 มีระยะพิตช์ 25.40 มม. และค่าความแข็งแรงดึงเฉลี่ย 74.3 kN เหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในระบบส่งกำลังของเครื่องจักรอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักรในสายการผลิต ระบบลำเลียง และเครื่องจักรที่ใช้การส่งกำลังระหว่างเพลาด้วยโซ่และเฟืองโซ่

3. เฟืองปรับทิศทางโซ่ KANA (Idler Sprocket)
เฟืองปรับทิศทางโซ่ หรือเฟืองลูกกลิ้ง เป็นเฟืองโซ่ที่มีตลับลูกปืนติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของเฟือง ช่วยให้ตัวเฟืองสามารถหมุนได้อย่างอิสระเมื่อสัมผัสกับโซ่ โดยทำหน้าที่เป็นตัวนำทางเพื่อช่วยปรับทิศทางการเดินของโซ่ ประคองแนวโซ่ และช่วยป้องกันไม่ให้โซ่เบี่ยงออกนอกเส้นทาง เหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในระบบขับเคลื่อนด้วยโซ่ที่ต้องการกำหนดหรือเปลี่ยนแนวการเดินของโซ่ รวมถึงระบบลำเลียงและเครื่องจักรในสายการผลิตที่มีข้อจำกัดด้านตำแหน่งติดตั้งของเพลาและต้องการจัดแนวการเดินของโซ่ให้เหมาะสม
Idler Sprocket ของ KANA มีให้เลือกตั้งแต่ ID25C, ID35C, ID40C, ID50C, ID60C จนถึง ID80C พร้อมจำนวนฟันและขนาดรูติดตั้งหลายขนาด เพื่อรองรับโซ่และรูปแบบการติดตั้งที่แตกต่างกัน โดยรุ่น ID35C-ID80C บริเวณฟันเฟืองผ่านการชุบแข็งด้วยความถี่สูง ขณะที่ ID25C ไม่มีการชุบแข็งฟันเฟืองด้วยความถี่สูง นอกจากนี้ยังใช้แหวนล็อกสำหรับยึดตลับลูกปืน ซึ่งสามารถถอดตลับลูกปืนออกหรืออัดกลับเข้าที่ได้โดยไม่ทำให้ตลับลูกปืนเสียหาย ช่วยเพิ่มความสะดวกเมื่อต้องนำตัวเฟืองไปชุบหรือปรับสภาพพื้นผิวเพิ่มเติม

4. อุปกรณ์ปรับความตึงโซ่ KANA ซีรีส์ THB (Tight Holder)
อุปกรณ์ปรับความตึงโซ่ KANA ซีรีส์ THB (Tight Holder) เป็นอุปกรณ์สำหรับปรับระดับความตึงของโซ่ในระบบส่งกำลัง โดยมาพร้อมเฟือง Idler Sprocket และใช้กลไกสลักเยื้องศูนย์สำหรับปรับตำแหน่งของเฟืองให้เข้าหาโซ่ สามารถปรับระยะได้สูงสุดประมาณ 50 มม. เพื่อช่วยแก้ปัญหาโซ่หย่อนและรักษาระดับความตึงของโซ่ให้เหมาะสมกับการทำงาน
มีให้เลือกหลายขนาด ได้แก่ THB35, THB40, THB50, THB60 และ THB80 สำหรับใช้งานร่วมกับโซ่ลูกกลิ้งมาตรฐาน JIS35, JIS40, JIS50, JIS60 และ JIS80 ตามลำดับ พร้อมตัวเลือกอุปกรณ์เสริมสำหรับการติดตั้ง ได้แก่ Spacer รุ่น SPC-24 และ L-Type Attachment รุ่น LAT-20 เพื่อรองรับลักษณะการติดตั้งกับเครื่องจักรที่แตกต่างกัน โดยควรติดตั้ง Tight Holder บริเวณด้านหย่อนของโซ่ (Slack Side) และปรับให้ตำแหน่งกึ่งกลางของโซ่และ Idler Sprocket อยู่ในแนวเดียวกัน
เหมาะสำหรับนำไปใช้กับระบบขับเคลื่อนด้วยโซ่ที่ต้องมีการปรับตั้งความตึงเป็นระยะ เช่น ระบบลำเลียง เครื่องจักรในสายการผลิต และเครื่องจักรอุตสาหกรรมทั่วไปที่ใช้โซ่และเฟืองโซ่ในการส่งกำลัง ช่วยให้สามารถปรับตำแหน่งของ Idler Sprocket เพื่อชดเชยความหย่อนของโซ่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตำแหน่งของเพลาหลักในระบบ

5. อุปกรณ์ปรับความตึงโซ่อัตโนมัติ KANA ซีรีส์ TM (Tight Master)
อุปกรณ์ปรับความตึงโซ่อัตโนมัติ KANA ซีรีส์ TM (Tensioner TM Series) เป็นอุปกรณ์สำหรับช่วยควบคุมความตึงของโซ่ในระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ โดยประเภท TMB มาพร้อม Standard Idler Sprocket และทำงานด้วยกลไกสปริงภายใน เพื่อช่วยรักษาระดับความตึงของโซ่ให้เหมาะสม เนื่องจากการยืดตัวของโซ่อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพในการส่งกำลังลดลง เร่งการสึกหรอของโซ่และเฟืองโซ่ รวมถึงทำให้อายุการใช้งานสั้นลง การรักษาความตึงของโซ่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบส่งกำลัง
ซีรีส์ TM ประเภท TMB มีให้เลือก 5 รุ่น ได้แก่ TMB-35, TMB-40, TMB-50, TMB-60 และ TMB-80 สำหรับใช้งานร่วมกับโซส่งกำลังหรือโซ่ลูกกลิ้งมาตรฐาน JIS35, JIS40, JIS50, JIS60 และ JIS80 ตามลำดับ พร้อมรองรับการติดตั้งร่วมกับ L-Type Mounting Attachment ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม เหมาะสำหรับนำไปใช้กับระบบขับเคลื่อนด้วยโซ่ที่ต้องการควบคุมความตึงอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบลำเลียง เครื่องจักรในสายการผลิต และเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ใช้โซ่และเฟืองโซ่ในการส่งกำลัง
การเลือกผลิตภัณฑ์ระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับลักษณะของเครื่องจักรและการใช้งาน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ระบบส่งกำลังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเฟืองโซ่ โซ่ส่งกำลัง เฟืองปรับทิศทางโซ่ หรืออุปกรณ์ปรับความตึงโซ่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ KANA มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและขนาด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อ MONET ได้ทาง LINE หรือ Hot Line : 095-164-5592