Hot Line 095 164 5592

รู้จักเฟืองโซ่ KANA จากญี่ปุ่น พร้อมประเภทและรูปแบบสำหรับระบบส่งกำลัง

รู้จักเฟืองโซ่ KANA จากญี่ปุ่น พร้อมประเภทและรูปแบบสำหรับระบบส่งกำลัง
Loading... Edited Loading... 3 min read
รู้จักเฟืองโซ่ KANA จากญี่ปุ่น พร้อมประเภทและรูปแบบสำหรับระบบส่งกำลัง

หากพูดถึงหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของระบบส่งกำลังในเครื่องจักรอุตสาหกรรม รวมถึงยานพาหนะที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจเคยเห็นชิ้นส่วนโลหะทรงกลมที่มีฟันอยู่โดยรอบ และทำงานร่วมกับโซ่ ซึ่งชิ้นส่วนนี้เรียกว่า “เฟืองโซ่ (Sprocket)” มีหน้าที่ถ่ายทอดกำลังจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เพื่อให้ระบบสามารถขับเคลื่อนและทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้

หนึ่งในผู้ผลิตเฟืองโซ่สำหรับงานอุตสาหกรรม คือ KANA แบรนด์จากบริษัท KATAYAMA CHAIN ผู้ผลิตชิ้นส่วนส่งกำลังจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลิตภัณฑ์เฟืองโซ่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเฟืองโซ่ KANA ตั้งแต่หลักการทำงาน ประเภทและจุดเด่น ไปจนถึงแนวทางการเลือกเฟืองโซ่ให้เหมาะสมกับการใช้งานและระบบเครื่องจักรแต่ละประเภท


| ทำไมเฟืองโซ่ถึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบส่งกำลัง?

เฟืองโซ่ (Sprocket) เป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบส่งกำลังด้วยโซ่ โดยฟันของเฟืองจะขบเข้ากับโซ่โดยตรง เพื่อถ่ายทอดแรงหมุนจากต้นกำลังไปยังชิ้นส่วนปลายทาง ทำให้สามารถส่งกำลังไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบส่งกำลังด้วยโซ่ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เฟืองขับที่ติดตั้งอยู่กับอุปกรณ์ต้นกำลัง เฟืองตามที่ติดตั้งอยู่กับเพลาหรืออุปกรณ์ปลายทาง และโซ่ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงการหมุนระหว่างเฟืองทั้งสองตัว การขบกันระหว่างโซ่และฟันเฟืองช่วยให้สามารถถ่ายทอดการหมุนระหว่างเพลาได้อย่างสัมพันธ์กัน จึงเหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ต้องการส่งกำลังอย่างต่อเนื่องและต้องการให้การเคลื่อนที่ของแต่ละส่วนสัมพันธ์กัน

| ทำไมการเลือกเฟืองโซ่ที่มีคุณภาพจึงมีความสำคัญ?

  • ช่วยให้โซ่ขบเข้ากับฟันเฟืองได้อย่างเหมาะสม

  • ช่วยกระจายแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานอย่างสม่ำเสมอ

  • ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากการขบกันของโซ่และเฟือง

  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

  • ช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนในระบบส่งกำลัง

     

| เฟืองโซ่แตกต่างกับเฟืองทั่วไปและระบบสายพานอย่างไร?

หลักการทำงานของเฟืองโซ่จะแตกต่างจากเฟืองทั่วไป เพราะเฟืองโซ่ไม่ได้ทำงานร่วมกับเฟืองตัวอื่นโดยตรง แต่จะอาศัยโซ่เป็นตัวกลาง จึงสามารถส่งกำลังระหว่างเพลาที่อยู่ห่างกันได้มากกว่าการใช้เฟืองขบกันเอง ขณะเดียวกันก็ต่างจากระบบสายพานและพูลเลย์ที่อาศัยแรงเสียดทานในการส่งกำลัง เนื่องจากฟันเฟืองจะขบเข้ากับโซ่โดยตรง จึงช่วยลดโอกาสการลื่นไถลระหว่างการทำงาน และรักษาความสัมพันธ์ของจังหวะการหมุนระหว่างเพลาได้ดี เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำของจังหวะการทำงาน

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ระยะพิตช์ของเฟืองโซ่จะต้องสอดคล้องกับระยะพิตช์ของโซ่ที่นำมาใช้งาน หากเลือกขนาดไม่ตรงกัน โซ่และฟันเฟืองจะไม่สามารถขบกันได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ระบบทำงานผิดปกติ และอาจทำให้โซ่หรือเฟืองโซ่เกิดการสึกหรอหรือเสียหายได้

| เฟืองโซ่ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

เฟืองโซ่แต่ละส่วนมีหน้าที่และความสำคัญต่อการทำงานแตกต่างกัน การทำความเข้าใจส่วนประกอบและข้อมูลสำคัญเหล่านี้ จะช่วยให้สามารถเลือกเฟืองโซ่ให้เหมาะกับโซ่และระบบเครื่องจักรได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ฟันเฟือง (Teeth) ทำหน้าที่ขบเข้ากับข้อหรือลูกกลิ้งของโซ่ โดยขนาด รูปร่าง และระยะห่างของฟัน มีผลโดยตรงต่อความราบรื่นในการส่งกำลัง ระดับเสียงขณะทำงาน ตลอดจนอายุการใช้งานของโซ่และเฟืองโซ่ การออกแบบรูปทรงฟันที่เหมาะสมจะช่วยลดการสึกหรอและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ
  • ระยะพิตช์ (Pitch) เป็นระยะสำคัญที่กำหนดการขบกันระหว่างเฟืองโซ่กับโซ่ โดยระยะพิตช์ของเฟืองโซ่ต้องตรงกับระยะพิตช์ของโซ่ที่นำมาใช้งาน เพื่อให้สามารถขบกันและถ่ายทอดกำลังได้อย่างเหมาะสม
  • เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ (Pitch Diameter) หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมสมมติที่ลากผ่านจุดศูนย์กลางของพินหรือลูกกลิ้งโซ่ ขณะที่โซ่ขบอยู่กับเฟืองโซ่ เป็นตำแหน่งสำคัญในการขบและถ่ายทอดแรงระหว่างโซ่กับเฟืองโซ่
  • เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (Outside Diameter) หมายถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่วัดจากยอดฟันของเฟืองโซ่ด้านหนึ่งไปยังยอดฟันฝั่งตรงข้าม เป็นค่าที่แสดงขนาดภายนอกของตัวเฟืองโซ่ และเป็นข้อมูลหนึ่งที่ใช้พิจารณาขนาดและพื้นที่ในการติดตั้ง โดยค่านี้ไม่รวมขนาดของโซ่เมื่อขบอยู่กับเฟือง
  • รูเพลา (Bore) เป็นรูตรงกลางของเฟืองโซ่สำหรับติดตั้งเข้ากับเพลา โดยเฟืองโซ่บางรุ่นมาพร้อมรูเพลาสำเร็จที่ผ่านการกลึงตามขนาดมาเรียบร้อยและพร้อมสำหรับติดตั้งใช้งาน ขณะที่บางรุ่นเป็นรูเพลาที่เตรียมไว้สำหรับนำไปกลึงขยายหรือปรับแต่งเพิ่มเติมให้เหมาะกับขนาดเพลาของเครื่องจักรตามลักษณะการใช้งาน
  • ดุม (Hub) เป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง เสริมความมั่นคง และช่วยรองรับตัวเฟืองโซ่ โดยเฟืองโซ่มาตรฐานอาจมีดุมเพียงข้างเดียว ส่วนงานหนักหรืองานที่ต้องรองรับแรงบิดสูง มักใช้เฟืองโซ่แบบดุมสองข้าง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานในการใช้งาน
  • ร่องลิ่มและสกรูตัวหนอน (Keyway, Set Screw) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ยึดและกำหนดตำแหน่งของเฟืองโซ่บนเพลา ช่วยป้องกันการหมุนคลาดเคลื่อนระหว่างเฟืองโซ่กับเพลา รวมถึงการเยื้องแนวขณะทำงาน ทำให้ระบบโซ่และเฟืองโซ่สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพภายใต้ภาระโหลด

รู้จัก KANA แบรนด์ผลิตภัณฑ์ส่งกำลังจากญี่ปุ่น

KANA เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ส่งกำลังจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้บริษัท KATAYAMA CHAIN Co., Ltd. ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 100 ปี ผลิตภัณฑ์หลักครอบคลุมทั้งเฟืองโซ่ (Sprocket) โซ่ส่งกำลัง (Roller Chain) เฟือง (Gear) และชิ้นส่วนสำหรับถ่ายทอดกำลังจากมอเตอร์หรือเครื่องยนต์ไปยังเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม โดยเฉพาะเฟืองโซ่ KANA ที่บริษัทระบุว่ามีส่วนแบ่งตลาดอยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม และถูกนำไปใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น สายการผลิตรถยนต์ อาคารจอดรถหลายชั้น บันไดเลื่อน และเครื่องจักรกลต่างๆ

อีกหนึ่งจุดเด่นของ KANA คือการบริหารสินค้าและการจัดส่ง โดยมีสินค้าคงคลังมากกว่า 30,000 รายการ พร้อมระบบโลจิสติกส์ DOLS ที่พัฒนาขึ้นเพื่อบริหารสต็อกและรองรับการจัดส่งในระยะเวลาสั้น ควบคู่กับการตรวจสอบคุณภาพทั้งในกระบวนการผลิตและก่อนจัดส่ง เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าให้มีความสม่ำเสมอ


ประเภทของเฟืองโซ่ KANA


เฟืองโซ่ KANA มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับโครงสร้างเครื่องจักร วิธีการติดตั้ง และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยสามารถจำแนกเฟืองโซ่ได้จากหลายเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงและลักษณะของดุม การแปรรูปรูเพลา วัสดุที่ใช้ผลิต รวมถึงรูปแบบของโซ่ที่นำมาใช้งานร่วมกัน ซึ่งแต่ละประเภทจะมีโครงสร้างและคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้

1. แบ่งตามรูปแบบโครงสร้างของเฟืองโซ่

1.1 เฟืองโซ่แผ่นเรียบ (A-TYPE) เป็นเฟืองโซ่แบบแผ่นเรียบที่ไม่มีดุมยื่นออกมาทั้งสองด้าน มีลักษณะเป็นแผ่นแบนบางและกะทัดรัดในแนวแกน จึงเหมาะสำหรับบริเวณที่มีพื้นที่ติดตั้งจำกัด หรือใช้สำหรับนำไปประกอบและปรับแต่งเข้ากับโครงสร้างของเครื่องจักรตามลักษณะการใช้งาน โดย KANA มีผลิตภัณฑ์รูปแบบนี้หลายประเภท เช่น เฟืองโซ่สแตนเลส รุ่น SUS-A Series และเฟืองโซ่เกรดสูงชุบแข็ง รุ่น HG-A Series

1.2 เฟืองโซ่มีดุม 1 ข้าง (B-TYPE) เป็นเฟืองโซ่ที่มีดุมยื่นออกมาด้านหนึ่ง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความมั่นคงบริเวณจุดติดตั้งกับเพลา โดยส่วนดุมสามารถทำรูเพลา ร่องลิ่ม หรือรูต๊าปสำหรับยึดเฟืองโซ่เข้ากับเพลาได้ มีให้เลือกทั้งแบบรูเจาะนำศูนย์สำหรับนำไปแปรรูปรูเพลาเพิ่มเติม และแบบรูเพลาสำเร็จ โดย KANA มีผลิตภัณฑ์รูปแบบนี้ เช่น เฟืองโซ่รูสำเร็จ รุ่น FBN และ FBK Series, เฟืองโซ่มาตรฐาน รุ่น NK-B Series และเฟืองโซ่เกรดสูงชุบแข็ง รุ่น HG-B Series

1.3 เฟืองโซ่แบบมีดุม 2 ข้าง (C-TYPE) เป็นเฟืองโซ่ที่มีดุมยื่นออกมาทั้งสองด้าน โดยตำแหน่งของฟันเฟืองอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างดุมทั้งสองข้าง โครงสร้างแบบมีดุมสองด้านจะช่วยเพิ่มพื้นที่และความแข็งแรงบริเวณจุดติดตั้งกับเพลา เหมาะสำหรับการติดตั้งที่ต้องการความมั่นคงของเฟืองโซ่บนเพลา โดย KANA มีผลิตภัณฑ์รูปแบบนี้ เช่น เฟืองโซ่มาตรฐาน รุ่น NK-C Series

1.4 เฟืองโซ่แผ่นเรียบสำหรับโซ่ 2 แถว (2A Type : Double Strand A-Type / Flat Plate) เป็นเฟืองโซ่แบบแผ่นเรียบ ไม่มีดุม และมีฟันเฟือง 2 แถวสำหรับใช้งานคู่กับโซ่ 2 แถว เหมาะสำหรับระบบส่งกำลังที่ต้องการใช้โซ่ 2 แถว เพื่อเพิ่มความสามารถในการถ่ายทอดกำลังเมื่อเทียบกับการใช้โซ่แถวเดียวในขนาดเดียวกัน โดย KANA มีผลิตภัณฑ์รูปแบบนี้ เช่น เฟืองโซ่เกรดสูงชุบแข็ง รุ่น HG-2A Series

1.5 เฟืองโซ่มีดุม 1 ข้างสำหรับโซ่ 2 แถว (2B Type : Double Strand B-Type / Single Hub) เป็นเฟืองโซ่ที่มีดุมยื่นออกมาด้านหนึ่ง และมีฟันเฟือง 2 แถวสำหรับใช้งานร่วมกับโซ่ 2 แถว รองรับระบบส่งกำลังที่ต้องการใช้โซ่ 2 แถว เพื่อเพิ่มความสามารถในการถ่ายทอดกำลัง โดยส่วนดุมจะช่วยเพิ่มพื้นที่บริเวณรูเพลาสำหรับการติดตั้งและยึดเฟืองโซ่เข้ากับเพลา และทาง KANA มีให้เลือกหลายรุ่น เช่น เฟืองโซ่เกรดสูงแบบชุบแข็ง HG-2B Series และเฟืองโซ่มาตรฐาน NK-2B Series เป็นต้น

1.6 เฟืองโซ่สำหรับโซ่เดี่ยว 2 เส้น (SD Type : Single Double Type) เป็นเฟืองโซ่ที่มีแนวฟัน 2 ชุดแยกจากกัน ออกแบบสำหรับใช้งานร่วมกับโซ่แถวเดียว 2 เส้นที่เป็นอิสระต่อกัน ช่วยให้เพลาชุดเดียวสามารถส่งกำลังผ่านโซ่ทั้งสองเส้นไปยังตำแหน่งต่างๆ ได้ เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการแยกแนวการส่งกำลังโดยไม่ต้องใช้โซ่แบบ 2 แถว โดย KANA มีเฟืองโซ่รูปแบบ SD Type ให้เลือกตามขนาดและเบอร์โซ่ที่กำหนดในแต่ละรุ่น

2. แบ่งตามลักษณะการกลึงรูเพลา

2.1 เฟืองโซ่รูสำเร็จ (Finished Bore Sprocket) เป็นเฟืองโซ่ที่ผ่านการกลึงรูเพลาตามขนาดมาตรฐานมาจากโรงงาน โดย FBN และ FBK Series จะผ่านการกลึงรูเพลา ทำร่องลิ่ม และทำรูต๊าปเกลียวมาเรียบร้อย จึงสามารถนำไปติดตั้งกับเพลาที่มีขนาดตรงตามสเปกได้โดยไม่ต้องนำไปกลึงรูเพลาเพิ่มเติม ทั้งนี้ FBN Series ใช้ร่องลิ่มตามมาตรฐาน JIS ใหม่ ส่วน FBK Series ใช้ร่องลิ่มตามมาตรฐาน JIS เก่า นอกจากนี้ KANA ยังมี FBP Series ซึ่งเป็นรุ่นที่ผ่านการทำเฉพาะรูต๊าปเกลียว และไม่ได้ทำร่องลิ่มเหมือนกับ FBN และ FBK Series 

2.2 เฟืองโซ่รูเจาะนำศูนย์ (Pilot Bore Sprocket) เป็นเฟืองโซ่ที่มีรูนำศูนย์บริเวณกึ่งกลาง ซึ่งยังไม่ได้กลึงเป็นรูเพลาขนาดใช้งานจริง สามารถนำไปกลึงขยายรูเพลา ทำร่องลิ่ม และรูต๊าปเกลียวให้เหมาะกับขนาดและรูปแบบของเพลาที่ต้องการได้ จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการกำหนดขนาดรูเพลาและรูปแบบการยึดเข้ากับเพลาโดยเฉพาะ เช่น เฟืองโซ่สแตนเลส รุ่น SUS-B Series

2.3 เฟืองโซ่แบบสั่งแปรรูปรูเพลา (SEMI-F : Semi-Finished Bore Sprocket) เป็นเฟืองโซ่ที่นำสินค้ารุ่นมาตรฐานของ KANA มาแปรรูปเพิ่มเติมตามขนาดและรูปแบบที่กำหนด เช่น การกลึงรูเพลา ทำร่องลิ่ม และทำรูต๊าปเกลียว รวมถึงการแปรรูปสำหรับติดตั้งแบริ่งหรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ยึดเพลากับดุม เช่น KANA LOCK ซึ่งช่วยให้สามารถยึดเพลากับดุมได้โดยไม่ต้องทำร่องลิ่มบนเพลา นอกจากนี้ยังสามารถเลือกการปรับสภาพผิวเพิ่มเติมได้ตามตัวเลือกที่ KANA กำหนด เหมาะสำหรับงานที่ต้องการขนาดรูเพลาหรือรูปแบบการติดตั้งเฉพาะให้ตรงกับสเปกของเครื่องจักร

3. แบ่งตามวัสดุที่ใช้ผลิต

3.1 เหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel) เป็นวัสดุที่ใช้ในเฟืองโซ่ KANA หลายรุ่น โดยมีความแข็งแรงและเหมาะสำหรับการรับแรงในระบบส่งกำลัง เฟืองโซ่บางรุ่นมีการชุบแข็งบริเวณฟันด้วยความถี่สูง เพื่อเพิ่มความแข็งและช่วยลดการสึกหรอของฟันเฟืองจากการขบกับโซ่ เหมาะสำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรมและระบบส่งกำลังทั่วไป ทั้งนี้ ชนิดของเหล็กและการชุบแข็งจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและขนาดของเฟืองโซ่

3.2 สแตนเลส (Stainless Steel) เฟืองโซ่สแตนเลส KANA หลายรุ่นผลิตจากสแตนเลส 304 ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านความทนทานต่อการกัดกร่อน จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในบริเวณที่มีความชื้นหรือสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานต่อการเกิดสนิมมากกว่าเฟืองโซ่เหล็กทั่วไป KANA มีเฟืองโซ่สแตนเลสให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น A-Type, B-Type, Finished Bore Sprocket และ เฟืองปรับทิศทางโซ่ (Idler Sprocket) เป็นต้น

4. แบ่งตามประเภทของโซ่ที่ใช้งานร่วมกัน

4.1 เฟืองโซ่สำหรับโซ่พิตช์มาตรฐาน (Standard Roller Chain Sprocket) เป็นเฟืองโซ่ที่ใช้งานร่วมกับโซ่ลูกกลิ้งพิตช์มาตรฐาน โดยรูปทรงและระยะห่างของฟันเฟืองจะสอดคล้องกับระยะพิตช์และขนาดของโซ่ เพื่อให้โซ่สามารถขบกับฟันเฟืองและถ่ายทอดกำลังได้อย่างเหมาะสม ใช้ในระบบส่งกำลังหรือระบบลำเลียงของเครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรมทั่วไป

4.2 เฟืองโซ่พิตช์คู่ (Double Pitch Chain Sprocket) เป็นเฟืองโซ่ที่ใช้ร่วมกับโซ่ลูกกลิ้งพิตช์คู่ (Double Pitch Roller Chain) ซึ่งมีระยะพิตช์เป็น 2 เท่าของโซ่ลูกกลิ้งมาตรฐานที่มีขนาดพื้นฐานเดียวกัน เหมาะสำหรับระบบลำเลียงที่ต้องเคลื่อนย้ายชิ้นงานหรือวัสดุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานลำเลียงที่มีระยะทางค่อนข้างยาว สำหรับเฟืองโซ่พิตช์คู่ของ KANA มีรูปแบบ B-Type ที่มีดุมยื่นออกมาด้านหนึ่ง และมีรุ่นสำหรับใช้ร่วมกับโซ่ทั้งแบบ S-Roller (ลูกกลิ้งขนาดเล็ก) และ R-Roller (ลูกกลิ้งขนาดใหญ่) โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นที่ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับโครงสร้างเครื่องจักรและสแตนเลส รวมถึงรุ่นที่ผ่านการชุบแข็งบริเวณฟันเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการสึกหรออีกด้วย

| จุดเด่นของเฟืองโซ่ KANA

  • มีให้เลือกรูปแบบหลากหลาย 

เฟืองโซ่ KANA มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ขนาด รูปทรง จำนวนฟัน และรูปแบบดุม รวมถึงรุ่นสำหรับโซ่แต่ละประเภท ช่วยให้สามารถเลือกให้เหมาะกับขนาดเพลาและลักษณะของเครื่องจักรที่ใช้งานได้

  • มีเฟืองโซ่รูสำเร็จพร้อมใช้งาน

KANA มีเฟืองโซ่รุ่น FBN/FBK ที่ผ่านการกลึงรูเพลา ทำร่องลิ่ม และรูต๊าปเกลียวตามขนาดมาตรฐานมาเรียบร้อย ช่วยลดขั้นตอนการนำเฟืองโซ่ไปแปรรูปเพิ่มเติมก่อนติดตั้ง

  • มีเฟืองโซ่แบบชุบแข็ง 

KANA มีเฟืองโซ่ที่ผ่านการชุบแข็งด้วยความถี่สูง (Induction Hardening) เพื่อเพิ่มความแข็งของชิ้นส่วนและช่วยเพิ่มความทนทานต่อการสึกหรอ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานของเฟืองโซ่มากขึ้น

  • มีบริการแปรรูปเพิ่มเติมตามการใช้งาน

นอกจากเฟืองโซ่มาตรฐานแล้ว KANA ยังมีบริการ SEMI-F สำหรับแปรรูปเพิ่มเติม เช่น กลึงรูเพลา ทำร่องลิ่ม และรูต๊าปเกลียว รวมถึงมีตัวเลือกการปรับสภาพผิวหลายประเภท เพื่อให้ได้เฟืองโซ่ที่ตรงกับขนาดเพลาและเงื่อนไขการใช้งานมากขึ้น

  • ผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (JIS)

เฟืองโซ่และการแปรรูปของ KANA มีการอ้างอิงมาตรฐาน JIS ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ขนาดโซ่ รวมถึงขนาดร่องลิ่มและรูเพลา โดยผลิตภัณฑ์ของ KANA ถูกนำไปใช้กับเครื่องจักรและระบบส่งกำลังหลากหลายประเภท ตั้งแต่สายการผลิตรถยนต์ บันไดเลื่อน ไปจนถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรม

| ประเภทการปรับสภาพผิวเฟืองโซ่ KANA 

นอกจากการเลือกรูปแบบและวัสดุของเฟืองโซ่แล้ว KANA ยังมีการปรับสภาพผิว (Surface Treatment) ให้เลือกเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้กับพื้นผิวของชิ้นงาน เช่น การป้องกันสนิม เพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน ทนต่อการสึกหรอ และทนความร้อน โดยแต่ละกระบวนการมีจุดเด่นและเหมาะกับวัสดุที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • การชุบดำ (BK) เป็นหนึ่งในตัวเลือกการปรับสภาพผิวมาตรฐานของเฟืองโซ่ KANA ทำให้ผิวเหล็กเกิดชั้นออกไซด์สีดำ ช่วยป้องกันสนิมในระดับเบื้องต้นและให้พื้นผิวสีดำ จุดเด่นคือมีต้นทุนต่ำและส่งผลต่อขนาดของชิ้นงานเพียงเล็กน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มการป้องกันสนิมให้เฟืองโซ่โดยไม่ต้องใช้การเคลือบผิวที่มีความหนามาก

  • การชุบไตรวาเลนต์ยูนิโครม สีขาว (UC) เป็นตัวเลือกมาตรฐานของ KANA ที่ให้ผิวสีขาวเงิน ที่้ใช้เพื่อเพิ่มการป้องกันสนิมในระดับทั่วไป โดยมีจุดเด่นด้านต้นทุนต่ำ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเฟืองโซ่ที่ต้องการเพิ่มคุณสมบัติด้านการป้องกันสนิมจากรุ่นพื้นฐาน

  • การชุบไตรวาเลนต์โครเมต สีเหลือง (CM) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกมาตรฐานสำหรับเฟืองโซ่ KANA ให้ลักษณะผิวสีเหลืองและช่วยป้องกันสนิมในระดับทั่วไป เช่นเดียวกับ UC โดย KANA มีบริการทั้ง BK, UC และ CM สำหรับ FBN/FBK Series ซึ่งเป็นเฟืองโซ่รูสำเร็จด้วย

  • การชุบนิกเกิลแบบไม่ใช้ไฟฟ้า (Electroless Nickel Plating) ทาง KANA มีบริการนี้สำหรับเฟืองโซ่ที่ผลิตจากวัสดุหลายประเภท เช่น เหล็กกล้า สเตนเลส ทองแดง และอะลูมิเนียมอัลลอย จุดเด่นคือสามารถสร้างชั้นเคลือบได้สม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้นงาน พร้อมเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและการสึกหรอ โดย KANA ระบุว่ามีความทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าการชุบนิกเกิลแบบใช้ไฟฟ้า

  • การชุบโครเมียม (Chrome Plating) สำหรับเฟืองโซ่ KANA สามารถใช้กับวัสดุอย่างเหล็กกล้า ทองแดง และทองเหลือง โดยจะชุบนิกเกิลเป็นชั้นรองพื้นก่อน แล้วจึงชุบโครเมียมทับ ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน การสึกหรอ ความร้อน พร้อมให้พื้นผิวที่มีความเงางามสูง

  • การชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (Hot-Dip Galvanizing) เป็นตัวเลือกสำหรับเฟืองโซ่ที่ผลิตจากเหล็กกล้า โดยนำชิ้นงานจุ่มลงในสังกะสีหลอมเหลวเพื่อสร้างชั้นเคลือบที่ค่อนข้างหนา ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและสภาพอากาศ ซึ่ง KANA ระบุว่าชั้นเคลือบที่ได้อาจมีความหนาไม่สม่ำเสมอกันทั่วทั้งชิ้นงาน

  • การอโนไดซ์ (Alumite) เป็นการปรับสภาพผิวสำหรับเฟืองโซ่หรือชิ้นงานที่ผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอย ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน ทนสภาพอากาศ และทนความร้อน นอกจากนี้พื้นผิวยังไม่นำไฟฟ้าและสามารถทำสีได้ จึงเป็นตัวเลือกเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ KANA ที่ใช้วัสดุอลูมิเนียม

  • การทัฟไตรด์ (Tufftride) ทาง KANA มีบริการ Tufftride สำหรับเฟืองโซ่เหล็กกล้าที่ต้องการเพิ่มความแข็งและความทนทานต่อการกัดกร่อน กระบวนการนี้ทำที่อุณหภูมิประมาณ 580°C ซึ่ง KANA ระบุว่าเป็นการปรับสภาพที่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ จึงช่วยลดการบิดเบี้ยวหรือการเสียรูปของชิ้นงาน

  • การเคลือบเรย์เดนต์ (Raydent) เป็นตัวเลือกสำหรับเฟืองโซ่เหล็กกล้าที่เน้นประสิทธิภาพในการป้องกันสนิมระยะยาว โดย KANA ระบุถึงประสิทธิภาพการป้องกันสนิมนานถึง 20 ปี ด้วยชั้นฟิล์มสีดำที่มีความหนาแน่นสูงและบางเพียงประมาณ 1-2 ไมครอน อีกทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำ จึงแทบไม่ทำให้ชิ้นงานเกิดการบิดเบี้ยวทางกล

  • การขัดผิวด้วยไฟฟ้า (Electropolishing) ทาง KANA มีตัวเลือกการขัดผิวด้วยไฟฟ้าสำหรับวัสดุอย่างสแตนเลส ไทเทเนียม และอลูมิเนียม ช่วยกำจัดครีบขนาดเล็กและทำให้พื้นผิวเรียบเงางาม พร้อมเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน โดยเฉพาะชิ้นงานสแตนเลสที่กระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มสัดส่วนโครเมียมบริเวณพื้นผิว ส่งผลให้ทนต่อการกัดกร่อนได้ดียิ่งขึ้น

| การเลือกเฟืองโซ่ KANA ให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือกเฟืองโซ่ให้เหมาะกับเครื่องจักร ควรพิจารณาตั้งแต่เบอร์โซ่ จำนวนฟัน ขนาดรูเพลา รูปแบบและวัสดุของเฟืองโซ่ ไปจนถึงการปรับสภาพผิว โดยสามารถเลือกเฟืองโซ่ KANA ได้ตามปัจจัยสำคัญ ดังนี้

  • เลือกเบอร์และระยะพิตช์ให้ตรงกับโซ่

สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือเบอร์โซ่ที่ใช้กับเครื่องจักร เนื่องจากเบอร์โซ่เป็นตัวกำหนดขนาดและระยะพิตช์ของเฟืองโซ่ เช่น เฟืองโซ่ KANA เบอร์ 80 มีระยะพิตช์ 25.4 มม. จึงต้องใช้ร่วมกับโซ่เบอร์ 80 ที่มีระยะพิตช์ตรงกัน เพื่อให้โซ่และฟันเฟืองสามารถขบกันได้อย่างถูกต้อง

  • กำหนดจำนวนฟันให้เหมาะกับระบบ

จำนวนฟันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกเฟืองโซ่ โดย KANA แนะนำให้กำหนดจำนวนฟันตามความเร็วรอบและภาระที่ใช้งาน นอกจากนี้จำนวนฟันยังสัมพันธ์กับขนาดของเฟืองและอัตราทดของระบบ จึงควรพิจารณาให้เหมาะกับการออกแบบระบบส่งกำลังโดยรวม

  • เลือกขนาดรูเพลาให้ตรงกับเพลา

ตรวจสอบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเพลาและรูปแบบการยึดก่อนเลือกเฟืองโซ่ โดย KANA มีทั้งเฟืองโซ่แบบรูเจาะนำศูนย์สำหรับนำไปแปรรูปเพิ่มเติม และรุ่น FBN/FBK ที่ผ่านการกลึงรูเพลา ทำร่องลิ่ม และรูต๊าปเกลียวตามขนาดมาตรฐานมาเรียบร้อยแล้ว

  • เลือกรูปแบบเฟืองโซ่ให้เหมาะกับการติดตั้ง

KANA มีเฟืองโซ่หลายรูปแบบ เช่น A Type แบบไม่มีดุม, B Type แบบมีดุมด้านเดียว และ C Type แบบมีดุมทั้งสองด้าน รวมถึงรูปแบบสำหรับโซ่หลายแถว จึงควรเลือกรูปแบบให้เหมาะกับโครงสร้างและพื้นที่ติดตั้งของเครื่องจักร

  • เลือกวัสดุให้เหมาะกับการใช้งาน

KANA มีเฟืองโซ่ที่ผลิตจากวัสดุหลายประเภท เช่น เหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับโครงสร้างเครื่องจักร เหล็กหล่อ และสแตนเลส โดยควรเลือกวัสดุให้เหมาะกับภาระและสภาพแวดล้อมในการใช้งาน

  • พิจารณาการปรับสภาพผิวเพิ่มเติม

สำหรับงานที่ต้องการเพิ่มคุณสมบัติของพื้นผิว KANA มีตัวเลือกการปรับสภาพผิว เช่น BK, UC และ CM รวมถึงการปรับสภาพผิวประเภทอื่น เพื่อเพิ่มคุณสมบัติด้านการป้องกันสนิม ความทนทานต่อการกัดกร่อน ทนต่อการสึกหรอ หรือคุณสมบัติอื่นตามลักษณะการใช้งาน


แนะนำสินค้าเฟืองโซ่ แบรนด์ KANA ชิ้นส่วนระบบส่งกำลังคุณภาพจากญี่ปุ่น


การเลือกเฟืองโซ่สำหรับระบบส่งกำลัง นอกจากจะพิจารณาขนาดและจำนวนฟันให้เหมาะกับโซ่แล้ว คุณภาพของตัวเฟืองก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเฟืองโซ่ต้องรับแรงบิดและขบกับโซ่โดยตรงตลอดเวลา การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานจะช่วยให้ระบบส่งกำลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

KANA (KATAYAMA CHAIN) เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ส่งกำลังจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลิตภัณฑ์เฟืองโซ่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านโครงสร้าง วัสดุ และคุณสมบัติ เพื่อรองรับลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน สำหรับสินค้าเฟืองโซ่ KANA ที่น่าสนใจ มีดังนี้

1. เฟืองโซ่รูสำเร็จ KANA ซีรีส์ FBN40B

FBN40B Series เป็นเฟืองโซ่รูสำเร็จสำหรับใช้ร่วมกับโซ่ลูกกลิ้งเบอร์ 40 ระยะพิตช์ 12.70 มิลลิเมตร มีจำนวนฟันให้เลือกตั้งแต่ 9-60 ซี่ พร้อมขนาดรูเพลาหลากหลาย เพื่อให้สามารถเลือกใช้ให้ตรงกับขนาดเพลาของเครื่องจักรได้

ตัวเฟืองผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอน โดยบริเวณฟันผ่านการชุบแข็งด้วยความถี่สูง เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการสึกหรอ รูเพลา ร่องลิ่ม และรูต๊าปเกลียวผ่านการแปรรูปจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถเลือกการปรับสภาพพื้นผิวเพิ่มเติมได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ การชุบดำ การชุบซิงค์ขาว และการชุบซิงค์เหลือง เพื่อเลือกให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมในการใช้งาน

เหมาะสำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม ระบบลำเลียง และงานซ่อมบำรุงที่ใช้ระบบส่งกำลังด้วยโซ่เบอร์ 40 โดยเฉพาะงานที่ต้องการเปลี่ยนเฟืองโซ่และนำกลับไปใช้งานได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาแปรรูปรูเพลาเพิ่มเติม

2.  เฟืองโซ่เกรดสูงชุบแข็ง KANA ซีรีส์ HG50A

HG50A Series เป็นเฟืองโซ่เกรดสูงแบบ A-Type มีโครงสร้างเป็นแผ่นเรียบ ไม่มีดุม ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับโครงสร้าง และผ่านกระบวนการชุบแข็งบริเวณฟันด้วยความถี่สูง เพื่อเพิ่มความแข็งและความทนทานต่อการสึกหรอจากการขบกับโซ่ เหมาะสำหรับงานส่งกำลังที่ต้องการเฟืองโซ่ที่มีความทนทานต่อการสึกหรอสูงกว่ารุ่นที่ไม่ได้ผ่านการชุบแข็ง

ซีรีส์นี้ออกแบบสำหรับใช้ร่วมกับโซ่ลูกกลิ้ง No.50 ระยะพิตช์ 15.875 มิลลิเมตร มีจำนวนฟันให้เลือกตั้งแต่ 10-75 ฟัน และมาพร้อมรูเพลาเบื้องต้น ซึ่งสามารถนำไปปรับแต่งขนาดรูเพลาและทำร่องลิ่มให้เหมาะกับเพลาที่ต้องการใช้งานได้

3. เฟืองโซ่มาตรฐาน KANA รุ่น NK รูปแบบ B-TYPE ซีรีส์ NK60B

NK60B Series เป็นเฟืองโซ่มาตรฐานแบบ B-Type สำหรับใช้ร่วมกับโซ่ลูกกลิ้ง No.60 ระยะพิตช์ 19.05 มิลลิเมตร มีโครงสร้างพร้อมดุมยื่นออกมาด้านหนึ่ง ช่วยให้สามารถติดตั้งเข้ากับเพลาและนำไปปรับแต่งรูเพลาให้เหมาะกับเครื่องจักรแต่ละประเภทได้

ตัวเฟืองผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับโครงสร้างเครื่องจักร และผ่านการชุบแข็งบริเวณฟันด้วยความถี่สูง เพื่อเพิ่มความแข็งและความทนทานต่อการสึกหรอจากการขบกับโซ่ มีจำนวนฟันให้เลือกตั้งแต่ 8-90 ฟัน โดยขนาดรูเพลาที่สามารถปรับแต่งได้จะแตกต่างกันตามจำนวนฟันและขนาดของเฟืองโซ่ จึงเหมาะสำหรับนำไปใช้งานในระบบส่งกำลังด้วยโซ่ของเครื่องจักรอุตสาหกรรมทั่วไป

4. เฟืองโซ่สแตนเลส KANA แบบ B-TYPE ซีรีส์ SUS80B

SUS80B Series เป็นเฟืองโซ่สแตนเลสแบบ B-Type สำหรับใช้ร่วมกับโซ่ลูกกลิ้ง No.80 ระยะพิตช์ 25.4 มิลลิเมตร มีโครงสร้างพร้อมดุมยื่นออกมาด้านหนึ่ง ผลิตจากสแตนเลส GB304 ซึ่งมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อน จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือต้องการความทนทานต่อการเกิดสนิมมากกว่าเฟืองโซ่เหล็กทั่วไป

ซีรีส์นี้มีจำนวนฟันให้เลือกตั้งแต่ 10-40 ซี่ พร้อมรูเพลาเบื้องต้นสำหรับนำไปกลึงปรับขนาดให้เหมาะกับเพลาที่ใช้งาน โดยขนาดรูเพลาที่สามารถปรับแต่งได้จะแตกต่างกันตามขนาดและจำนวนฟันของเฟืองโซ่ และในบางขนาดสามารถปรับขนาดรูเพลาได้สูงสุดถึง 75 มิลลิเมตร

สรุป

การเลือกเฟืองโซ่ให้เหมาะกับระบบส่งกำลัง ควรพิจารณาให้สอดคล้องกันทั้งเบอร์โซ่ ระยะพิตช์ จำนวนฟัน ขนาดรูเพลา รูปแบบ วัสดุ และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน เพื่อให้โซ่และเฟืองโซ่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม และช่วยลดปัญหาการสึกหรอหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน

เฟืองโซ่ KANA มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่รุ่นมาตรฐาน รุ่นรูเพลาสำเร็จ รุ่นสแตนเลส รุ่นชุบแข็ง ไปจนถึงบริการแปรรูปเพิ่มเติม SEMI-F สำหรับงานที่มีข้อกำหนดเฉพาะ การทำความเข้าใจคุณสมบัติและความแตกต่างของเฟืองโซ่แต่ละประเภท จึงช่วยให้สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับโครงสร้างและเงื่อนไขการทำงานของเครื่องจักรได้มากขึ้น และช่วยให้ระบบส่งกำลังสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ที่ออกแบบไว้

Previous article:
Related posts