ส่องประวัติ Ansell ผู้บุกเบิกนวัตกรรมถุงมือทางการแพทย์มากว่า 60 ปี

จุดเริ่มต้นของธุรกิจถุงมือทางการแพทย์ของ Ansell สามารถสืบย้อนกลับไปถึงปี 1965 เมื่อบริษัทเปิดตัวถุงมือทางการแพทย์ภายใต้ซีรีส์ GAMMEX เป็นครั้งแรก โดยนับเป็นถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมารุ่นแรกของโลกในขณะนั้น นวัตกรรมดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยวางรากฐานให้ Ansell ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาและผู้ผลิตถุงมือทางการแพทย์และถุงมือผ่าตัดชั้นนำของโลกในเวลาต่อมา

หลังจากการเปิดตัว GAMMEX ในปี 1965 Ansell ได้เดินหน้าขยายธุรกิจถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ต่อมาในช่วงทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา บริษัทได้ขยายศักยภาพผ่านการเข้าซื้อกิจการและแบรนด์ด้านอุปกรณ์ป้องกันหลายแห่ง เช่น SANDEL, COMASEC, MICROGARD และ MICROFLEX ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ ทั้งในกลุ่มถุงมือทางการแพทย์ ถุงมืออุตสาหกรรม ชุดป้องกัน และอุปกรณ์ป้องกันสำหรับห้องปฏิบัติการ

ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระหว่างปี 2019-2020 บริษัท Ansell มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภาคสาธารณสุขทั่วโลกผ่านการผลิตและจัดส่งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ หน้ากาก และชุดป้องกัน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสถานพยาบาลและหน่วยงานด้านสาธารณสุข นอกจากนี้บริษัทยังได้ร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ในการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันให้แก่บุคลากรด่านหน้าและชุมชนที่ขาดแคลน ควบคู่ไปกับการขยายกำลังการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในช่วงวิกฤตดังกล่าว ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสนับสนุนภาคสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ช่วยตอกย้ำบทบาทของ Ansell ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลระดับโลก

ในปี 2024 ทาง Ansell ได้เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการเข้าซื้อกิจการของ Kimtech, KleenGuard และ RightCycle ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ด้านอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) โดยเฉพาะ Kimtech ที่มีความโดดเด่นในด้านผลิตภัณฑ์สำหรับห้องปฏิบัติการ คลีนรูม และสภาพแวดล้อมที่ต้องการการควบคุมการปนเปื้อนอย่างเข้มงวด การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยให้ Ansell สามารถขยายขอบเขตการให้บริการและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านการแพทย์ งานวิจัย และภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง

ปัจจุบัน Ansell ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 130 ปี และยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มถุงมืออุตสาหกรรม ถุงมือสำหรับห้องปฏิบัติการ และถุงมือทางการแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ต้องอาศัยมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในระดับสูง ความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Ansell ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากบุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
4 ซีรีส์ ถุงมือแพทย์ Ansell ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในสถานพยาบาลและห้องปฏิบัติการ

ถุงมือทางการแพทย์ Ansell ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย โดยช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อโรค สิ่งปนเปื้อน และสารคัดหลั่งต่างๆ ผ่านการผสานเทคโนโลยีการปกป้องขั้นสูงเข้ากับความยืดหยุ่น การสัมผัสที่แม่นยำ และความสบายในการสวมใส่ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน ผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับสากล พร้อมมีตัวเลือกทั้งแบบลาเท็กซ์และปราศจากลาเท็กซ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการปฏิบัติงานที่ต้องอาศัยความสะอาดและการควบคุมการปนเปื้อนในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นงานศัลยกรรม ห้องผ่าตัด งานตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ หรือการใช้งานในห้องปฏิบัติการ ปัจจุบัน Ansell มีซีรีส์ถุงมือทางการแพทย์หลัก 4 ซีรีส์ที่ได้รับความนิยมและได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

GAMMEX เป็นซีรีส์ถุงมือผ่าตัดและถุงมือทางการแพทย์ระดับพรีเมียมจาก Ansell ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อมอบการปกป้องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โดยผสานเทคโนโลยีและวัสดุคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มความกระชับ ความสบาย และความแม่นยำในการปฏิบัติงาน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนไหวและควบคุมการสัมผัสได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสิ่งสกปรกระหว่างการรักษาหรือการผ่าตัด ผลิตภัณฑ์ GAMMEX ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่เข้มงวด และมีให้เลือกทั้งแบบลาเท็กซ์และปราศจากลาเท็กซ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยอดนิยม ได้แก่ ถุงมือผ่าตัดลาเท็กซ์ชนิดไร้แป้ง GAMMEX Latex และถุงมือผ่าตัดชนิดปราศจากลาเท็กซ์ GAMMEX Non-Latex จึงเหมาะสำหรับห้องผ่าตัด ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และงานที่ต้องการมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการป้องกันการปนเปื้อนในระดับสูง

Kimtech เป็นซีรีส์ถุงมือป้องกันคุณภาพสูงจาก Ansell ที่ได้รับการออกแบบสำหรับห้องปฏิบัติการ คลีนรูม และสภาพแวดล้อมที่ต้องการการควบคุมการปนเปื้อนอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นการปกป้องผู้ปฏิบัติงานจากสารเคมี สารปนเปื้อนและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการทำงาน ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีการผลิตที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล ช่วยให้สวมใส่สบาย กระชับมือ และคงความคล่องตัวในการหยิบจับเครื่องมือหรือปฏิบัติงานที่ต้องการความแม่นยำสูง ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม ได้แก่ ถุงมือไนไตรล์ปลายนิ้วกันลื่น Kimtech Purple Nitrile-Xtra Gloves ถุงมือไนไตรล์น้ำหนักเบาที่ให้ความคล่องตัวสูง Kimtech Sterling Nitrile Gloves และถุงมือไนไตรล์ไร้แป้งและปราศจากน้ำยาง Kimtech Purple Nitrile Gloves เหมาะสำหรับห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ งานวิจัย คลีนรูม อุตสาหกรรมชีวเวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และสภาพแวดล้อมที่ต้องการมาตรฐานการควบคุมการปนเปื้อนในระดับสูง

MICROFLEX เป็นซีรีส์ถุงมือใช้แล้วทิ้งประสิทธิภาพสูงจาก Ansell ที่ได้รับการออกแบบสำหรับงานอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการ งานตรวจวิเคราะห์ และงานทางการแพทย์ โดยโดดเด่นด้านการป้องกันสารเคมี ความทนทานต่อการฉีกขาด และความสบายในการสวมใส่ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและผ่านการทดสอบตามมาตรฐานอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ระดับสากล ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหยิบจับอุปกรณ์และปฏิบัติงานได้มั่นใจ พร้อมคงความคล่องตัวและความไวต่อการสัมผัสในระหว่างการทำงาน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมี สิ่งปนเปื้อน และอันตรายจากสภาพแวดล้อมการทำงาน ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม ได้แก่ ถุงมือไนไตรล์อเนกประสงค์ MICROFLEX 93-143 Versatility ถุงมือไนไตรล์เพื่อความสบายในการสวมใส่ MICROFLEX 93-833 และถุงมือทนสารเคมีแบบใช้แล้วทิ้ง MICROFLEX 93-260 ซึ่งเหมาะสำหรับห้องปฏิบัติการเคมี งานตรวจวิเคราะห์ งานพิสูจน์หลักฐาน อุตสาหกรรมการผลิต และงานวิจัยที่ต้องการความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปกป้องสูง

MICRO-TOUCH เป็นซีรีส์ถุงมือทางการแพทย์จาก Ansell ที่ได้รับการออกแบบสำหรับการตรวจโรค งานพยาบาล และการใช้งานทั่วไปในสถานพยาบาล โดยมุ่งเน้นความสมดุลระหว่างความสบาย ความคุ้มค่า และประสิทธิภาพในการปกป้องผู้ใช้งานจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง สิ่งปนเปื้อน และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ความกระชับและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจตลอดวัน โดยมีรุ่นยอดนิยมอย่าง ถุงมือตรวจโรคชนิดไนไตรล์แบบไร้แป้งและปราศจากน้ำยางธรรมชาติ MICRO-TOUCH Nitrile เหมาะสำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ห้องตรวจโรค งานพยาบาล และงานอเนกประสงค์ภายในสถานพยาบาล
ถุงมือชั้นในและถุงมือชั้นนอกต่างกันอย่างไร ทำไมการสวมถุงมือ 2 ชั้นถึงมีความสำคัญ ?

ในงานทางการแพทย์ โดยเฉพาะการผ่าตัดและหัตถการที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง และเชื้อโรค การสวมถุงมือเพียงชั้นเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแนวทางการสวมถุงมือแบบ 2 ชั้น (Double Gloving) ขึ้น เพื่อเพิ่มระดับการปกป้องให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย
การสวมถุงมือ 2 ชั้นช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในกรณีที่ถุงมือชั้นนอกเกิดการฉีกขาด รั่ว หรือถูกของมีคมเจาะทะลุระหว่างการตรวจรักษา ทำหัตถการ หรือการผ่าตัด โดยระบบ Double Gloving จะประกอบด้วยถุงมือชั้นใน (Underglove) และถุงมือชั้นนอก (Outer Glove) ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

ถุงมือชั้นใน (Underglove) คืออะไร
ถุงมือชั้นใน หรือ Underglove เป็นชั้นป้องกันเพิ่มเติมที่สวมอยู่ภายในถุงมือชั้นนอก มีหน้าที่สำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง และเชื้อโรคในกรณีที่ถุงมือชั้นนอกเกิดความเสียหายระหว่างการปฏิบัติงาน ถุงมือชั้นในทางการแพทย์อาจผลิตจากวัสดุหลายประเภท เช่น ยางธรรมชาติ โพลีไอโซพรีน นีโอพรีน หรือวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ โดยมักออกแบบให้มีความกระชับ ยืดหยุ่น และคงความไวต่อการสัมผัส เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวในการทำงาน

นอกจากนี้ถุงมือชั้นในจำนวนมากยังถูกออกแบบให้มีสีแตกต่างจากถุงมือชั้นนอก เช่น สีเขียวหรือสีน้ำเงินเข้ม เพื่อใช้เป็นระบบตรวจจับรอยรั่ว เมื่อถุงมือชั้นนอกเกิดรอยฉีกขาดหรือรูรั่ว สีของถุงมือชั้นในจะปรากฏให้เห็นทันที ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถตรวจพบความเสียหายและเปลี่ยนถุงมือได้อย่างรวดเร็ว

ถุงมือชั้นนอก (Outer Glove) คืออะไร
ถุงมือชั้นนอก หรือ Outer Glove เป็นถุงมือที่สัมผัสกับผู้ป่วย เครื่องมือผ่าตัด และสภาพแวดล้อมโดยตรง จึงถือเป็นแนวป้องกันชั้นแรกต่อความเสี่ยงจากการปนเปื้อนและการบาดเจ็บระหว่างการปฏิบัติงาน ถุงมือชั้นนอกมักผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทานต่อการฉีกขาด เช่น ยางธรรมชาติ นีโอพรีน หรือโพลีไอโซพรีน โดยออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูงและรองรับการใช้งานทางการแพทย์ที่ต้องอาศัยความแม่นยำ
ถุงมือหลายรุ่นยังมีการเพิ่มพื้นผิวบริเวณปลายนิ้วหรือฝ่ามือ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะและการควบคุมเครื่องมือ ช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นหลุดขณะทำหัตถการหรือการผ่าตัด

ทำไมการสวมถุงมือ 2 ชั้นจึงมีความสำคัญ
งานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับพบว่าการสวมถุงมือสองชั้นสามารถลดความเสี่ยงจากการทะลุของถุงมือชั้นในได้ถึง 71% เมื่อเทียบกับการสวมถุงมือเพียงชั้นเดียว อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง และเชื้อโรคที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อระหว่างการปฏิบัติงาน นอกจากนี้การใช้ถุงมือชั้นในสีตัดกันยังช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบรอยทะลุของถุงมือได้สูงถึง 86% ทำให้สามารถเปลี่ยนถุงมือที่เสียหายได้อย่างทันท่วงที และช่วยลดความเสี่ยงต่อทั้งบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ด้วยเหตุนี้องค์กรทางการแพทย์ชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เช่น WHO, CDC และ AORN จึงแนะนำให้มีการสวมถุงมือสองชั้นในการผ่าตัดและหัตถการที่มีความเสี่ยงสูง

ถุงมือผ่าตัด Ansell กับระบบ Double Gloving
Ansell ได้พัฒนาถุงมือผ่าตัดที่รองรับการใช้งานแบบ Double Gloving โดยเฉพาะ โดยถุงมือชั้นในและถุงมือชั้นนอกได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกในการสวมใส่ และการตรวจพบรอยรั่วระหว่างการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ Ansell ยังมีผลิตภัณฑ์แบบ Glove-in-Glove ซึ่งเป็นระบบถุงมือสองชั้นที่จัดเตรียมพร้อมใช้งานจากโรงงาน ช่วยลดขั้นตอนในการสวมถุงมือ ประหยัดเวลา และเพิ่มความสะดวกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์ที่ต้องการความรวดเร็วและความปลอดภัยสูงสุด
6 ขั้นตอนการสวมถุงมือผ่าตัดอย่างถูกต้อง โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Ansell

การสวมถุงมือแพทย์อย่างถูกวิธีถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานทางการแพทย์ โดยเฉพาะในงานผ่าตัดและหัตถการที่ต้องรักษาความปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัด แม้ว่าถุงมือทางการแพทย์จะได้รับการผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยสูง แต่หากสวมใส่อย่างไม่ถูกต้องก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของทั้งบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยได้ ดังนั้น Ansell จึงได้แนะนำขั้นตอนการสวมถุงมือแพทย์อย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดพื้นที่หรือภาชนะสำหรับวางถุงมือหรือซองผลิตภัณฑ์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและผ้าสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ โดยเปลี่ยนด้านของผ้าในการเช็ดใหม่ทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่หรือภาชนะดังกล่าวสะอาดมากเพียงพอ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการสวมถุงมือแบบปลอดเชื้อ

ขั้นตอนที่ 2 ล้างมือและเช็ดทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์ด้วยผ้าที่ผ่านการฆ่าเชื้อให้สะอาดก่อนสวมถุงมือทุกครั้ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดซองและสวมถุงมือ

ขั้นตอนที่ 3 เปิดซองถุงมือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวด้านนอกของถุงมือ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนก่อนการสวมใส่

ขั้นตอนที่ 4 สวมถุงมือชั้นใน (Underglove) โดยจับบริเวณด้านในของขอบถุงมือที่พับไว้และสอดมือเข้าไปอย่างระมัดระวัง จากนั้นใช้มือที่สวมถุงมือแล้วสอดเข้ากับขอบพับของถุงมืออีกข้างแล้วสวมมืออีกข้างเข้าไปในถุงมือ จากนั้นคลี่ข้อมือที่พับไว้ออกมาคลุมจนถึงบริเวณแขนเสื้อทั้งสองด้าน หลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวด้านนอกของถุงมือ เพื่อคงสภาพความปลอดเชื้อก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการสวมถุงมือชั้นนอก

ขั้นตอนที่ 5 สวมถุงมือชั้นนอก (Outer Glove) ทับลงบนถุงมือชั้นในทีละข้างอย่างระมัดระวัง พร้อมปรับตำแหน่งให้กระชับและพอดีกับมือ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการปนเปื้อนระหว่างการทำหัตถการหรือการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบความเรียบร้อยของถุงมือทั้งสองชั้น โดยปรับตำแหน่งของถุงมือให้กระชับพอดีกับมือ และตรวจสอบว่าไม่มีรอยฉีกขาด รอยพับ หรือความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกัน ก่อนเริ่มปฏิบัติงานหรือทำหัตถการทางการแพทย์
เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการสวมถุงมือทางการแพทย์อย่างถูกต้องตามแนวทางที่แนะนำโดย Ansell การเตรียมความพร้อมก่อนสวมใส่ การรักษาความปลอดเชื้อระหว่างขั้นตอน และการตรวจสอบความเรียบร้อยของถุงมือก่อนใช้งาน ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนและเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรักษา หัตถการทางการแพทย์ หรืองานผ่าตัดที่ต้องการมาตรฐานด้านสุขอนามัยในระดับสูง