ปากกามาร์กเกอร์ Kawakima ด้ามนี้จะทำให้ทุกลายเส้นที่คุณขีดเขียนคมชัด ด้วยปลายปากกาที่ให้ความลื่นไหล พร้อมปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ลงไปในงานศิลป์หรือชิ้นงานต่างๆ ได้อย่างสนุกในแบบฉบับของคุณเอง
ผลงานชิ้นนี้เป็นของบริษัท Shachihata Inc. ภายใต้แบรนด์ Artline โดยชื่อรุ่นมีที่มาจากคำว่า Kawakimasen ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ไม่แห้ง” ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของปากกามาร์เกอร์ Kawakima เนื่องด้วยน้ำหมึกที่มีคุณภาพ แห้งช้ากว่าปากกาทั่วไป แม้จะเปิดฝาทิ้งไว้นานถึง 2 สัปดาห์ เหมาะสำหรับศิลปิน นักเรียน การใช้งานทั่วไป หรือแม้แต่การใช้งานในอุตสาหกรรม เพราะความคมชัดของสีตามมาตรฐานของแบรนด์ ทำให้สามารถนำไปใช้กับงานได้อย่างกว้างขวาง ไม่จำกัดอยู่ในวงแคบหรือเจาะจงไปเฉพาะงานรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
คุณสมบัติของปากการุ่นนี้ยังมีอีกมาก แต่ก่อนอื่นต้องขอพาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นเล็กน้อย เพื่อให้ได้เข้าใจอย่างมีอรรถรส ถึงประวัติความเป็นมาของ บริษัท Shachihata Inc. ผู้ให้กำเนิด แบรนด์ Artline

100 ปีแห่งความภาคภูมิใจ จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน ก่อนถือกำเนิดแบรนด์ ARTLINE และปากกามาร์กเกอร์รุ่น KAWAKIMA
Shachihata Inc. ผู้ผลิตเครื่องเขียนและตราประทับชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

ย้อนกลับไปในปี 1925 ท่ามกลางยุคที่แท่นประทับตราใช้งานยุ่งยาก เพราะต้องคอยเติมน้ำหมึกก่อนใช้งานทุกครั้ง สร้างความลำบากและเสียเวลาให้กลุ่มลูกค้าไม่ใช่น้อย บริษัท Funahashi Shokai ต้นกำเนิดของบริษัท Shachihata Inc. ได้เล็งเห็นถึงช่องว่างที่เป็นดั่งใบเบิกทางให้กับการเปิดตัว Mannen แท่นประทับตราที่ใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเติมน้ำหมึก ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการเครื่องเขียน ณ เวลานั้น
ต่อมาบริษัทได้มอบแท่นประทับตรา Mannen เป็นของขวัญแก่หน่วยงานราชการต่างๆ และผลลัพธ์จากการใช้งานจริงที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ยอดขายพุ่งทะยานเกินคาด หลังจากนั้นบริษัทเริ่มใช้สัญลักษณ์ “ธงรูปวาฬเพชฌฆาต” ซึ่งอิงความหมายของชื่อบริษัท โดยออกแบบให้วาฬเพชฌฆาตอยู่ในวงกลมตรงกลาง คล้ายพระอาทิตย์ขึ้นบนธงชาติญี่ปุ่น เมื่อเวลาผ่านไปจวบจนเข้าปี 1941 บริษัทก็ได้จดทะเบียนภายใต้ชื่อ Shachihata Kogyo Co., Ltd. และเริ่มวางจำหน่ายสินค้า แบรนด์ Artline ในปี 1954

กระทั่งก้าวเข้าสู่ปี 2025 ในวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการเดินทางอันยาวนานของบริษัท จึงได้จัดทำคอลเลกชันพิเศษ 2 ชุด เพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ ได้แก่
ชุดที่ 1 ตราประทับ Name 9 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทัศนียภาพแหล่งมรดกโลกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ผสานเข้ากับวัฒนธรรมการประทับตราที่สืบสานมาอย่างยาวนาน ถ่ายทอดออกมาเป็นเฉดสีอันงดงาม
ชุดที่ 2 แท่นประทับตรา IROMOYO 1925 ถ่ายทอดกลิ่นอายความคลาสสิกผ่านการตีความใหม่ และยกระดับด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ ออกแบบด้วยลวดลายจากชุดกิโมโนผสานเข้ากับสไตล์วินเทจในยุคไทโชได้อย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นดีไซน์ที่เชื่อมอดีตสู่ปัจจุบันได้อย่างลงตัว

วาระครบรอบ 100 ปีในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเติมเต็มความทรงจำอันทรงคุณค่าแก่ผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิกของเครื่องเขียน พร้อมสะท้อนถึงเทคโนโลยีและความชำนาญในการผลิตที่สั่งสมมาอย่างยาวนานสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในทุกผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังได้รับการตอกย้ำจากจดหมายแสดงความยินดีกว่า 100 ฉบับ ที่สะท้อนถึงความไว้วางใจจากผู้ใช้งาน ดังนั้นมาก้าวต่อไปพร้อมกัน เพื่อสัมผัสเอกลักษณ์ของปากกามาร์กเกอร์ Kawakima ทั้งความทนทาน ความสะอาด และความคุ้มค่า จากทั้ง 2 รุ่น

ปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA ทั้ง 2 รุ่น เปิดฝาทิ้งไว้ได้นาน หมึกไม่แห้ง ลดความสิ้นเปลือง พร้อมอุปกรณ์เสริม 3 ชิ้น ที่ช่วยยกระดับการใช้งานให้สะดวกยิ่งกว่าเดิม
ปากกามาร์กเกอร์ Kawakima มีหัวปากกาให้เลือก 2 แบบ และ 10 สี พร้อม 3 คุณสมบัติพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะมัดใจเหล่าผู้ใช้งานจริง
-
เริ่มต้นจากความอึดของน้ำหมึก ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หมึกไม่แห้ง ไม่ระเหย ไม่เลอะ ไม่มีกลิ่นฉุน และสามารถเปิดฝาทิ้งไว้ได้นานถึง 2 สัปดาห์ ภายใต้อุณหภูมิ 20°C และความชื้น 65% ด้วยน้ำหมึกสูตรพิเศษที่สร้างฟิล์มบางเคลือบหัวปากกา เพื่อป้องกันการระเหยของหมึก
-
ต่อด้วยความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม จากการเลือกใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างเรซินโพลีโพรพิลีนมาผลิตชิ้นงาน จึงได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองมาตรฐาน Eco Mark จากประเทศญี่ปุ่น
-
ปิดท้ายด้วยความคุ้มค่า สามารถเปลี่ยนหัวปากกาทดแทนและเติมน้ำหมึกได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย โดยไม่ซื้อทั้งแท่งใหม่

1. ปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA PEN (หัวกลม) รุ่น K-177N แบรนด์ ARTLINE
ปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA PEN (หัวกลม) รุ่น K-177N แบรนด์ ARTLINE
ปากกาด้ามแรกที่ต้องกล่าวถึงเลยคือ ปากกามาร์กเกอร์ Kawakima รุ่น K-177N ที่มีเอกลักษณ์ต่างจากปากกาทั่วไปในเรื่องของการเปิดฝาทิ้งไว้ได้นาน 2 สัปดาห์ ไร้กังวลเรื่องหมึกแห้ง เมื่อนำกลับมาใช้งานยังคงให้เส้นหมึกที่คมชัด รองรับน้ำหมึกรุ่น KR-ND มาพร้อมหัวปากกาทรงกลม ขนาด 1.5 มม. ตัวด้ามผลิตชจากเรซินโพลีโพรพิลีนที่สามารถรีไซเคิลได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองสัญลักษณ์ Eco Mark จากประเทศญี่ปุ่น มีสีให้เลือกถึง 10 สี เหมาะสำหรับงานหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานศิลป์ไปจนถึงงานช่าง

2. ปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA PEN (หัวตัด) รุ่น K-199N แบรนด์ ARTLINE
ปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA PEN (หัวตัด) รุ่น K-199N แบรนด์ ARTLINE
รุ่น K-177N สามารถเปิดฝาทิ้งไว้ได้นานถึง 2 สัปดาห์ หมึกไม่แห้ง และรองรับน้ำหมึกรุ่น KR-ND มาพร้อมหัวปากกาทรงตัด ขนาด 2.0-5.0 มม. ตัวด้ามผลิตจากเรซินโพลีโพรพิลีนที่รีไซเคิลได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมการรับรองสัญลักษณ์ Eco Mark จากประเทสญี่ปุ่น มีสีให้เลือกถึง 10 สี เหมาะสำหรับงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานศิลป์ไปจนถึงงานช่าง
| ข้อควรระวังในการใช้งานปากกา Kawakima เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย
-
ห้ามใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการเขียนและวาดภาพ
-
หากต้องใช้งานเป็นเวลานาน ควรอยู่ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
-
ระมัดระวังไม่ให้ปากกาตก หล่น หรือเขย่าแรงเกินไป เพราะอาจทำให้หมึกรั่วซึมได้
-
บนพื้นผิวที่มีคราบมันมาก น้ำหมึกอาจไม่ยึดเกาะหรือไหลเป็นหยด
-
ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติไวไฟ ควรเก็บให้ห่างจากเปลวไฟ
-
ห้ามเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง เช่น ภายในรถที่จอดตากแดด
-
ควรระมัดระวังไม่ให้น้ำหมึกกระเด็นเข้าตาหรือปาก และเก็บผลิตภัณฑ์ให้พ้นมือเด็กเล็ก
3. หัวปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA PEN 2 ชิ้น รุ่น K-177P (หัวกลม) และ รุ่น K-199P (หัวตัด) แบรนด์ ARTLINE
หัวปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA PEN 2 ชิ้น รุ่น K-177P (หัวกลม) และ รุ่น K-199P (หัวตัด) แบรนด์ ARTLINE
เพิ่มความคุ้มค่าด้วยหัวปากกาทดแทนรุ่น K-177P และรุ่น K-199P ที่ช่วยให้ปากกากลับมาเหมือนใหม่ โดยมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ หัวกลม ขนาด 1.5 มม. และหัวตัด ขนาด 2.0-5.0 มม. ถอดเปลี่ยนง่าย เพียงเกี่ยวด้วยฝาปากกาแล้วดึงออก จากนั้นใส่หัวปากกาใหม่ให้แน่นก็พร้อมใช้งานซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

4. หมึกเติมสำหรับปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA PEN รุ่น KR-ND แบรนด์ ARTLINE
หมึกเติมสำหรับปากกามาร์กเกอร์ KAWAKIMA PEN รุ่น KR-ND แบรนด์ ARTLINE
อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของปากกามาร์กเกอร์ Kawakima คือการเติมน้ำหมึกได้เรื่อยๆ ช่วยให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยน้ำหมึกแอลกอลฮอล์สูตรพิเศษที่สร้างฟิล์มบางเคลือบหัวปากกา ช่วยป้องกันการระเหยของหมึกและไม่มีกลิ่นฉุน ซึ่งผ่านการทดสอบภายใต้เงื่อนไขอุณหภูมิ 20°C และความชื้น 65% ทำให้สามารถเปิดฝาปากกาทิ้งไว้ได้นานถึง 2 สัปดาห์ หมึกไม่แห้ง โดยน้ำหมึกรุ่นนี้รองรับการใช้งานร่วมกับปากกามาร์กเกอร์ Kawakima รุ่น K-177N กับ รุ่น K-199N
| ข้อควรระวังเกี่ยวกับน้ำหมึกที่ผู้ใช้ควรทราบก่อนใช้งาน
น้ำหมึกของสำหรับเติมให้กับปากกามาร์กเกอร์ Kawakima เป็นน้ำหมึกสูตรพิเศษที่มีความคงทนสูงมาก โปรดระมัดระวังไม่ให้น้ำหมึกหก เลอะ ร่างกายหรือเสื้อผ้า แต่หากในกรณีที่มีการทำหก ให้รีบล้างออกด้วยสบู่โดยเร็วที่สุด หากเปื้อนเสื้อผ้าให้นำไปซักโดยแยกออกจากเสื้อผ้าตัวอื่น เพราะรอยหมึกจะซักออกยาก รวมถึงสีของหมึกอาจตกใส่เสื้อผ้าตัวอื่นได้ อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการผสมน้ำหมึกต่างชนิดเข้าด้วยกันนั้น เป็นสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด เนื่องจากปากกาอาจเสียหาย และพังจนใช้งานไม่ได้อีก
| คำแนะนำขั้นตอนการถอดหัวปากกาและการเติมน้ำหมึก ตามเอกลักษณ์ในแบบฉบับของปากกามาร์กเกอร์ Kawakima แบรนด์ Artline

สิ่งสำคัญที่หลายคนมักมองข้ามคือการอ่านและศึกษาคู่มือให้ละเอียดก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำหมึกที่ใช้เป็นประเภทเดียวกัน และหลังจากดำเนินการครบทุกขั้นตอนแล้ว ควรทดลองเขียนก่อนนำไปใช้งานจริงทุกครั้ง
4 ขั้นตอนในการเติมน้ำหมึกให้กับปากกามาร์กเกอร์ Kawakima
-
ถอดหัวปากกาด้วยการใช้ส่วนที่เป็นร่องบริเวณฝาปากกา เพื่อเกี่ยวดึงหัวปากกาออกมา
-
เตรียมน้ำหมึกสำหรับเติมให้พร้อม จับหลอดหมึกอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันน้ำหมึกพุ่งกระจาย จากนั้นใช้กรรไกรตัดปลายหัวฉีด
-
ดันหัวฉีดเข้าไปในด้ามปากกาอย่างช้าๆ จนสุดโคน จากนั้นบีบเติมจนน้ำหมึกหมดหลอด โดยใช้น้ำหมึก 1 หลอดต่อปากกา 1 ด้าม
-
เมื่อเติมน้ำหมึกเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ฝาปากกาช่วยดันหัวปากกากลับเข้าที่จนแน่นสนิท จากนั้นวางปากกาในแนวนอนประมาณ 15 นาที เพื่อให้น้ำหมึกเซตตัวก่อนนำมาใช้งาน
| ความมุ่งมั่น การใส่ใจในความปลอดภัย และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล

มาตรฐาน RoHS (RoHS Directive): กฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่จำกัดการใช้สารอันตรายในผลิตภัณฑ์
Shachihata ปฏิบัติตามข้อกำหนด RoHS ของสหภาพยุโรป (EU) อย่างเคร่งครัด ทำให้ผลิตภัณฑ์ ปราศจากสารอันตรายที่ถูกควบคุม ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
-
กลุ่มโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และโครเมียมเฮกซะวาเลนต์
-
กลุ่มสารหน่วงไฟประเภทโบรมีนที่นิยมใช้ในพลาสติก ได้แก่ PBBs และ PBDEs
-
กลุ่มสารเคมีสังเคราะห์เพิ่มความยืดหยุ่นประเภทพทาเลต (Phthalates) 4 ชนิด ได้แก่ DEHP, BBP, DBP และ DIBP ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
มาตรฐาน ELV (ELV Directive): กฏระเบียบของสหภาพยุโรปที่จำกัดการใช้โลหะหนักบางชนิด
Shachihata ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ELV อย่างเคร่งครัด โดยปราศจากสารอันตรายที่ถูกห้ามตามข้อกำหนด ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และโครเมียมเฮกซะวาเลนต์ นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งลดของเสียและส่งเสริมการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์
กฎหมายการคุ้มครองชั้นโอโซน (Ozone Layer Protection)
Shachihata ยึดมั่นในข้อบังคับว่าด้วยเรื่องของการควบคุมสารฟรีออน (CFC) และตัวทำละลายอีเทน โดยไม่มีการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (Ozone-Depleting Substances) ในทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิตหมึกก็ตาม



