Hot Line 095 164 5592

นาฬิกาจับเวลา CASIO เครื่องมือสำคัญในการวัด Takt Time, Cycle Time และ Lead Time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นาฬิกาจับเวลา CASIO เครื่องมือสำคัญในการวัด Takt Time, Cycle Time และ Lead Time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
Loading... Edited Loading... 2 min read
นาฬิกาจับเวลา CASIO เครื่องมือสำคัญในการวัด Takt Time, Cycle Time และ Lead Time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ในอุตสาหกรรมการผลิต "การบริหารเวลาในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุน และความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้ตรงเวลา" ไม่ว่าจะเป็นการวัด Takt Time ซึ่งใช้กำหนดจังหวะการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า, Cycle Time ที่แสดงระยะเวลาการผลิตจริงของแต่ละชิ้นงาน หรือ Lead Time ที่บ่งบอกระยะเวลาตั้งแต่เริ่มกระบวนการจนถึงการส่งมอบสินค้า

 

การวิเคราะห์ตัวชี้วัดเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเวลาที่มีความถูกต้องและแม่นยำ นาฬิกาจับเวลา CASIO จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในการจับเวลา เพื่อเก็บข้อมูลการทำงานในแต่ละขั้นตอน ช่วยให้สามารถวิเคราะห์กระบวนการผลิต ระบุจุดที่เกิดความสูญเสีย และนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมีประสิทธิผล



Takt Time, Cycle Time และ Lead Time คืออะไร?


ในการวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต Takt Time, Cycle Time และ Lead Time ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการหรือผู้ควบคุมสายการผลิตสามารถประเมินประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเป็นระบบ แม้ว่าทั้ง 3 คำจะเกี่ยวข้องกับ "เวลา" เหมือนกัน แต่มีความหมายและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจตัวชี้วัดเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการผลิต ลดความสูญเสีย และส่งมอบสินค้าได้ตรงตามกำหนด

1. Takt Time คืออะไร

Take Time (T.T.) หมายถึงระยะเวลามาตรฐานที่ควรใช้ในการผลิตสินค้าหนึ่งชิ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดยคำนวณจากเวลาทำงานที่มีอยู่เทียบกับจำนวนสินค้าที่ต้องผลิตในช่วงเวลานั้น หากสามารถผลิตสินค้าได้ตาม Takt Time จะช่วยให้การผลิตเป็นไปอย่างสมดุล ไม่ผลิตช้าหรือเร็วเกินความต้องการ

สูตรคำนวณ Takt Time = เวลาทำงานสุทธิในหนึ่งวัน ÷ จำนวนชิ้นงานที่ลูกค้าต้องการในหนึ่งวัน

**หมายเหตุ เวลาทำงานสุทธิในหนึ่งวัน = เวลาทำงานทั้งหมด - เวลาพัก

| ตัวอย่าง

โรงงานแห่งหนึ่งเปิดสายการผลิตวันละ 9 ชั่วโมง หรือ 540 นาที มีเวลาพักรวม 60 นาที และลูกค้าต้องการสินค้า 250 ชิ้นต่อวัน เท่ากับว่าเวลาทำงานสุทธิ 540 - 60 = 480 นาที 

ดังนั้น Takt Time = 480 ÷ 250 = 1.92 นาทีต่อชิ้น หรือประมาณ 1 นาที 55 วินาทีต่อชิ้น

สรุป โรงงานควรผลิตสินค้าให้ได้เฉลี่ย 1 ชิ้นทุกๆ 1 นาที 55 วินาที จึงจะผลิตได้ครบ 250 ชิ้นตามความต้องการของลูกค้าภายในหนึ่งวัน

2. Cycle Time คืออะไร

Cycle Time (C.T.) หมายถึงระยะเวลาที่ใช้ในการผลิตหรือดำเนินงานจริงต่อหนึ่งรอบของกระบวนการผลิต โดยเป็นเวลาที่วัดได้จากการปฏิบัติงานจริงในแต่ละสถานีหรือแต่ละขั้นตอนของสายการผลิต ซึ่งมักเก็บข้อมูลด้วยการทำ Time Study หรือใช้นาฬิกาจับเวลาเพื่อบันทึกเวลาที่ใช้ในการทำงาน

หาก Cycle Time น้อยกว่าหรือเท่ากับ Takt Time แสดงว่ากระบวนการผลิตสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้ แต่หาก Cycle Time มากกว่า Takt Time กระบวนการนั้นอาจกลายเป็น คอขวด (Bottleneck) และส่งผลให้การผลิตล่าช้า

สูตรคำนวณ Cycle Time = เวลาที่ใช้ในการผลิตทั้งหมด ÷ จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้

| ตัวอย่าง

โรงงานแห่งหนึ่งใช้นาฬิกาจับเวลา CASIO วัดระยะเวลาการทำงานจริงของแต่ละสถานีการผลิต พบว่า

สถานีที่ 1 ใช้เวลา 1.80 นาทีต่อชิ้น

สถานีที่ 2 ใช้เวลา 1.90 นาทีต่อชิ้น

สถานีที่ 3 ใช้เวลา 2.00 นาทีต่อชิ้น

โดยโรงงานมี Takt Time เท่ากับ 1.92 นาทีต่อชิ้น

สรุป เมื่อเปรียบเทียบกับ Takt Time พบว่าสถานีที่ 1 และสถานีที่ 2 มี Cycle Time ต่ำกว่า Takt Time จึงสามารถผลิตได้ทันตามเป้าหมาย สถานีที่ 3 มี Cycle Time เท่ากับ 2.00 นาทีต่อชิ้น ซึ่งมากกว่า Takt Time จึงเป็น คอขวดของสายการผลิต (Bottleneck) และเป็นปัจจัยที่กำหนด Overall Cycle Time ของสายการผลิต

3. Lead Time คืออะไร?

Lead Time (L.T.) หมายถึงระยะเวลาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มรับคำสั่งผลิตหรือรับคำสั่งซื้อ จนกระทั่งสินค้าส่งมอบถึงลูกค้า โดยครอบคลุมทั้งเวลาผลิต (Processing Time) เวลารอคอย (Waiting Time) เวลาขนส่ง (Transportation Time) และเวลาสูญเสียอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต เช่น การตั้งเครื่องจักร การตรวจสอบคุณภาพ การซ่อมงาน หรือการรอวัตถุดิบ

แม้โรงงานจะสามารถควบคุม Takt Time และ Cycle Time ได้ตามเป้าหมาย แต่หากมีเวลารอคอย เวลาขนส่ง หรือเวลาสูญเสียอื่นๆ มากก็อาจทำให้ Lead Time ยาวขึ้น ส่งผลต่อระยะเวลาการส่งมอบสินค้าและความพึงพอใจของลูกค้า

สูตรคำนวณ Lead Time = เวลาผลิต + เวลารอ + เวลาขนส่ง + เวลาสูญเสียอื่นๆ (หากมี)

| ตัวอย่าง

จากตัวอย่างเดิม โรงงานแห่งหนึ่งเปิดสายการผลิตวันละ 9 ชั่วโมง มีเวลาทำงานสุทธิ 480 นาที และได้รับคำสั่งผลิตสินค้า 250 ชิ้นต่อวัน จากการวัด Cycle Time พบว่า แต่ละสถานีการผลิตใช้เวลาประมาณ 1.80-2.00 นาทีต่อชิ้น และโรงงานสามารถวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับ Takt Time ที่ 1.92 นาทีต่อชิ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อนับระยะเวลาของ คำสั่งผลิตทั้งหมด (250 ชิ้น) ยังมีขั้นตอนอื่นๆ ที่ใช้เวลาเพิ่มเติม ได้แก่

รอเตรียมวัตถุดิบ = 1 ชั่วโมง

ผลิตสินค้าครบ 250 ชิ้น = 8 ชั่วโมง

ตรวจสอบคุณภาพและบรรจุสินค้า = 30 นาที

ขนส่งสินค้า = 2 ชั่วโมง

ดังนั้น Lead Time = 8 ชั่วโมง + 1 ชั่วโมง + 30 นาที + 2 ชั่วโมง = 11 ชั่วโมง 30 นาที

สรุป แม้โรงงานจะสามารถควบคุม Takt Time และ Cycle Time ได้ตามเป้าหมาย แต่เมื่อนับรวมเวลารอ การตรวจสอบคุณภาพ และการขนส่งแล้ว ทำให้ Lead Time ของคำสั่งผลิต 250 ชิ้น เท่ากับ 11 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตจนสินค้าพร้อมส่งมอบ


แนะนำ 3 รุ่น นาฬิกาจับเวลา CASIO สำหรับงาน Time Study และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต


เมื่อเข้าใจหลักการของ Takt Time, Cycle Time และ Lead Time แล้ว สิ่งสำคัญคือการเก็บข้อมูลเวลาให้มีความถูกต้องและสม่ำเสมอ เพื่อใช้วิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต นาฬิกาจับเวลา CASIO จึงเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมในการทำ Time Study เนื่องจากมีความแม่นยำ ใช้งานง่าย และรองรับการจับเวลาได้หลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม งานควบคุมคุณภาพ และการศึกษากระบวนการผลิต

1. นาฬิกาจับเวลา CASIO รุ่น HS-3C-8AJH

 

เป็น Stop Watch ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่เรียบง่าย แต่ตอบโจทย์งาน Time Study และการเก็บข้อมูลในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถจับเวลาได้ละเอียดถึง 1/100 วินาที รองรับทั้งการจับเวลาแบบปกติ, จับเวลาสะสม, Lap Time และ Split Time รวมถึงแสดงผลผู้เข้าเส้นชัยอันดับที่ 1 และ 2 พร้อมกัน ช่วยให้สามารถวัดเวลาของแต่ละขั้นตอนการทำงานได้อย่างแม่นยำ

ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 45 กรัม จับถนัดมือ ใช้งานสะดวก และไม่มีเสียงขณะกดปุ่ม จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ผลิต ห้อง QC หรือสภาพแวดล้อมที่ต้องการความเงียบ อีกทั้งยังสามารถจับเวลาได้ต่อเนื่องสูงสุด 10 ชั่วโมง และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ 3 ปี ช่วยลดความกังวลในการใช้งานระยะยาว

สำหรับโรงงานที่ต้องการเก็บข้อมูล Cycle Time ของแต่ละสถานี เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Takt Time วิเคราะห์จุดคอขวด (Bottleneck) หรือใช้ข้อมูลจริงในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและลด Lead Time รุ่น HS-3C-8AJH ถือเป็นตัวเลือกที่ใช้งานง่ายและให้ความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับงานวิเคราะห์กระบวนการผลิตในชีวิตประจำวัน

2. นาฬิกาจับเวลา CASIO รุ่น HS-70W-1JH

หากต้องการนาฬิกาจับเวลาที่รองรับงาน Time Study และการเก็บข้อมูลในสายการผลิต Stop Watch ตัวนี้เป็นอีกรุ่นที่ตอบโจทย์ ด้วยความละเอียดในการจับเวลาสูงถึง 1/1000 วินาที ช่วยให้วัด Cycle Time ได้อย่างแม่นยำ เพื่อนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับ Takt Time และวิเคราะห์ Lead Time เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

มีจุดเด่นที่สามารถบันทึกข้อมูล Lap/Split Time ได้สูงสุด 100 รายการ x 2 ชุด เหมาะสำหรับการเก็บข้อมูลหลายรอบการผลิต และช่วยลดการจดบันทึกระหว่างทำงาน อีกทั้งยังกันน้ำ 5 บาร์ (5 ATM) ใช้งานได้ในโรงงานหรือพื้นที่ที่มีความชื้น พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 5 ปี และสามารถเปิดหรือปิดเสียงปุ่มกดได้ตามความเหมาะสม

ด้วยฟังก์ชันการจับเวลาที่ครบครันและความทนทานในการใช้งานนาฬิกา CASIO รุ่น HS-70W-1JH จึงเหมาะสำหรับวิศวกรอุตสาหการ (IE), ฝ่าย Lean/Kaizen, QA/QC และผู้ควบคุมสายการผลิต

3. นาฬิกาจับเวลา CASIO รุ่น HS-80TW-1JH (รหัสสั่งซื้อ 399-1723)

สำหรับผู้ที่ต้องการนาฬิกาจับเวลาที่มีฟังก์ชันครบครัน Stop Watch ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงาน Time Study และการวิเคราะห์กระบวนการผลิต โดยสามารถจับเวลาได้ละเอียดถึง 1/1000 วินาที พร้อมรองรับการบันทึกข้อมูล Lap/Split Time สูงสุด 100 รายการ x 2 ชุด ช่วยให้สามารถเก็บข้อมูล Cycle Time ของแต่ละขั้นตอน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Takt Time และใช้วิเคราะห์ Lead Time ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากฟังก์ชันจับเวลาแล้ว รุ่นนี้ยังมี Counter สำหรับนับจำนวนชิ้นงาน, Interval Timer สำหรับตั้งเวลาซ้ำอัตโนมัติได้สูงสุด 10 โปรแกรม, กันน้ำ 5 บาร์ (5 ATM) และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ 5 ปี จึงเหมาะสำหรับงานตรวจสอบกระบวนการผลิต งานทดลองผลิต การเก็บข้อมูลในสายการผลิต และการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง


| วิธีการเก็บและรักษานาฬิกาจับเวลา CASIO ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

การดูแลรักษาและทำความสะอาดอย่างถูกวิธี จะช่วยรักษาประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของนาฬิกาจับเวลา CASIO ของคุณให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยมีข้อแนะนำดังนี้

  • ทำความสะอาดตัวเรือนอย่างถูกวิธี ควรใช้ผ้าแห้งเนื้อนุ่ม หรือผ้าชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน  บิดให้หมาดแล้วเช็ดคราบสกปรกออกอย่างเบามือ จากนั้นเช็ดซ้ำด้วยผ้าแห้ง
  • เช็ดหน้าจอแสดงผลอย่างระมัดระวัง เนื่องจากหน้าจอแสดงผลที่ทำจากเรซินเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย จึงควรใช้ผ้าสำหรับเช็ดแว่นตาหรือผ้าเนื้อนุ่มเช็ดทำความสะอาดเบาๆ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารระเหยในการทำความสะอาด ไม่ควรใช้ทินเนอร์ เบนซิน หรือแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้สีของตัวเรือนเปลี่ยน ตัวอักษรบนตัวเรือนเลือนหาย หรือทำให้ตัวเรือนได้รับความเสียหาย
Previous article:
Next article:
Related posts