Hot Line 095 164 5592

มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ญี่ปุ่น JIS T8101, JIS T8103 และรองเท้าเซฟตี้ประเภทผ้าใบ JSAA

มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ญี่ปุ่น JIS T8101, JIS T8103 และรองเท้าเซฟตี้ประเภทผ้าใบ JSAA
Loading... Edited Loading... 2 min read
มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ญี่ปุ่น JIS T8101, JIS T8103 และรองเท้าเซฟตี้ประเภทผ้าใบ JSAA

มาตรฐาน JIS


| มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ JIS T8101

รองเท้าเซฟตี้ JIS T8101 เป็นมาตรฐานรองเท้าที่ปกป้องนิ้วเท้าของผู้สวมใส่เป็นหลัก มีคุณสมบัติในการป้องกันเท้าของผู้ปฏิบัติงานจากของหนักตกใส่เล็บและนิ้วเท้า ด้วยเหตุนี้ส่วนหลังของรองเท้าจะเป็นหนังวัวหรือยางทั้งชิ้น ส่วนปลายเท้าและพื้นรองเท้าทำจากแผ่นเหล็ก นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน JIS ยังเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดและความปลอดภัยสูงกว่ารองเท้าเซฟตี้ประเภทผ้าใบมาตรฐาน JSAA เช่น วัสดุที่มีความทนทานมากกว่า เป็นต้น

| มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ JIS T8103

รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิต JIS T8103 เป็นมาตรฐานที่แบ่งออกเป็นรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตชนิดทั่วไป และชนิดพิเศษ และรองเท้าตัวนำ โดยแต่ละชนิดมีค่าความต้านทานไฟฟ้าจะขึ้นอยู่สภาพแวดล้อมในการทํางาน

วิธีการทดสอบประสิทธิภาพตามมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ JIS T8101, JIS T8103 และรองเท้าเซฟตี้ประเภทผ้าใบ JSAA


| การทดสอบความทนแรงกระแทกของหัวรองเท้า (Impact Efficiency Test)

วิธีทดสอบ ยึดหัวรองเท้าเข้ากับเครื่องทดสอบแรงกระแทก และใช้อุปกรณ์กระแทกที่ทำด้วยเหล็กกล้ามวล (20 ± 0.2) กิโลกรัม ตกใส่ในแนวดิ่งตามความสูงที่ให้พลังงานกระแทกตามต้องการ

ความต้านทานแรงกระแทกหรือแรงบีบวัดจากการยุบตัวที่ทำให้มีช่องว่างระหว่างขอบหัวรองเท้าด้านบนกับพื้นรองเท้าลดลงไม่เกินค่าที่กำหนดไว้

| การทดสอบความทนแรงกดทับของหัวรองเท้า (Compression Efficiency Test)

วิธีทดสอบ วางชิ้นทดสอบไว้บนฐานจับเข้ากับเครื่องทดสอบแรงกดและควบคุมอัตราเร็วที่ (5 ± 2) มิลลิเมตรต่อนาที

| การทดสอบความติดแน่นระหว่างพื้นรองเท้ากับหนังส่วนบน (Separation Efficiency Test)

วิธีทดสอบ โดยยึดชิ้นทดสอบเข้ากับเครื่องทดสอบแรงดึงด้วยอัตราเร็ว (100 ± 20) มิลลิเมตรต่อนาที และบันทึกค่าแรงดึงตลอดการดึงชิ้นทดสอบจนกระทั่งพื้นรองเท้าและหนังส่วนบนแยกออกจากกัน ค่าแรงดึงการทดสอบต่อความกว้างชิ้นทดสอบเป็นนิวตันต่อมิลลิเมตร

| การทดสอบการดูดซับแรงกระแทกของพื้นรองเท้า (Shock Absorbing Efficiency Test)

วิธีทดสอบ วางชิ้นทดสอบบนแผ่นเหล็กกล้าที่มีความหนา (10 ± 1) มิลลิเมตร เข้ากับเครื่องทดสอบแรงกดและค่อยๆ ออกแรงกดด้วยอัตราเร็ว (10 ± 3) มิลลิเมตรต่อนาที

| การทดสอบความต้านทานการลื่นของพื้นรองเท้า (Anti Slip Efficiency Test)

วิธีทดสอบ โดยวางชิ้นทดสอบบนพื้นสเตนเลสที่ราดด้วยสารกลีเซอรีน เพื่อวัดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานแบบไดนามิกให้กับพื้นรองเท้าเซฟตี้ตามมาตรฐาน JIS T8101 (ปรับปรุงใหม่ในปี ค.ศ. 2020)
พื้นรองเท้า Class 1 หรือ F1 มีค่าสัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทานมากกว่า 0.20 ไม่เกิน 0.30
พื้นรองเท้า Class 2 หรือ F2 มีค่าสัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทานเท่ากับหรือมากกว่า 0.30

| การทดสอบความต้านทานการเจาะทะลุ (Puncture Resistance Test)

วิธีทดสอบ วางชิ้นทดสอบบนแผ่นฐานของเครื่องทดสอบแรงแทงทะลุ กดตะปูเหล็กกล้าปลายตัดด้วยอัตราเร็ว (10 ± 3) มิลลิเมตรต่อนาที จนกระทั่งตะปูเหล็กกล้าแทงทะลุชิ้นทดสอบอย่างสมบูรณ์และบันทึกค่าแรงสูงสุดที่ใช้

| การทดสอบความต้านทานแรงกระแทกของตัวป้องกันหลังเท้า

วิธีทดสอบ วางชิ้นทดสอบเข้ากับเครื่องทดสอบแรงกระแทกด้วยการนำอุปกรณ์กระแทกทำด้วยเหล็กมวล 20 กิโลกรัม ที่ตกอย่างอิสระในแนวดิ่งจากความสูงที่ให้พลังงานกระแทก 100J ในการทดสอบครั้งสุดท้ายทำให้รองเท้าเกิดการเสียรูปทรงจะต้องมีขนาดความหนารวมกับดินน้ำมันทั้งหมดได้ขนาด 25 มิลลิเมตร ขึ้นไป

การทดสอบความต้านทานไฟฟ้าสถิตตามมาตรฐาน JIS T8103


วิธีทดสอบ โดยวางชิ้นทดสอบบนเคาน์เตอร์เครื่องวัดค่าความต้านทานไฟฟ้า และนำอิเล็กโทรดสัมผัสกับพื้นรองเท้าด้านในและด้านนอกของพื้นรองเท้า โดยรับน้ำหนักคงที่และใช้แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (100 ± 5) โวลต์ ทำการวัดภายใต้อุณหภูมิ 23 ± 2°C หรือ 0 ± 20°C และความชื้นสัมพัทธ์ที่กำหนด

ความสามารถในการป้องกันไฟฟ้าสถิตของรองเท้าตามมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น JIS T8103


การกำหนดค่าความต้านทานไฟฟ้า (R) ของรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตด้วยวิธีทดสอบที่ระบุในมาตรฐาน JIS T8103 จะทำการวัดความต้านทานเป็นเวลาทั้ง 15 วินาทีและ 1 นาที แล้วคำนวณค่าความต้านทานไฟฟ้าที่ได้ต้องเป็นไปตามค่ามาตรฐาน ดังนี้

ค่าความต้านทานของรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิต
หน่วยไฟฟ้าโอห์ม (Ω)

 

ประเภทการป้องกัน ชนิด ความต้านทานไฟฟ้า (R) สัญลักษณ์
อุณหภูมิการวัด 23±2°C อุณหภูมิการวัด 0±20 °C
รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิต ทั่วไป 1.0×105≦R≦1.0×108 1.0×105≦R≦1.0×109 ED
พิเศษ 1.0×105≦R≦1.0×107 1.0×105≦R≦1.0×108 EDX
รองเท้าตัวนำ R<1.0x105 R<1.0x105 EC

 

หมายเหตุ 1
เมื่อทำการวัดความต้านทานไฟฟ้าที่อุณหภูมิ 23 ± 2°C และความชื้นสัมพัทธ์ที่ใช้วัดสำหรับแต่ละประเภทมีสภาพแวดล้อมมีดังนี้
สภาพแวดล้อมหมวดที่ 1 ความชื้นสัมพัทธ์ (12±3)% (สัญลักษณ์ C1)
สภาพแวดล้อมหมวดที่ 2 ความชื้นสัมพัทธ์ (25±3)% (สัญลักษณ์ C2)
สภาพแวดล้อมหมวดที่ 3 ความชื้นสัมพัทธ์ (50±5)% (สัญลักษณ์ C3)
ทั้งนี้ การทดสอบที่อุณหภูมิ 0±20°C ยังไม่ได้กำหนดความชื้นสัมพัทธ์ (ไม่มีการควบแน่น)

หมายเหตุ 2
ขีดจำกัดล่างของความต้านทานของรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิต (1.0×105Ω) คือ ข้อกำหนดในการป้องกันไฟฟ้าช็อตร่างกายมนุษย์เมื่อสัมผัสกับทางเดินที่มีกระแสไฟฟ้าแรงต่ำ (AC น้อยกว่า 300V)

หมายเหตุ 3
ขีดจำกัดบนของความต้านทานไฟฟ้าที่อุณหภูมิ 0 ± 20°C มีค่ามากกว่าขีดจำกัดที่อุณหภูมิ 23 ± 2°C เนื่องจากความต้านทานไฟฟ้าของวัสดุพื้นรองเท้าชั้นนอกโดยทั่วไปจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิลดลง และยิ่งอุณหภูมิของก๊าซและไอน้ำต่ำเท่าไรก็ยิ่งจุดไฟได้ยากขึ้นเท่านั้น จึงไม่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอัคคีภัยหรือการระเบิด

| รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตชนิดทั่วไป

รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตที่มีค่าความต้านทานไฟฟ้าภายใต้อุณหภูมิทั้ง 2 สภาวะที่กำหนดในตารางด้านบนของชนิดทั่วไป ซึ่งเป็นรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปและนิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย

| รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตชนิดพิเศษ

รองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตที่มีค่าความต้านทานไฟฟ้าภายใต้สภาวะอุณหภูมิทั้ง 2 สภาวะที่กำหนดในตารางด้านบนของชนิดพิเศษ และทาพื้นรองเท้าด้วยก๊าซไวไฟที่จุดติดง่าย (ไฮโดรเจน อะเซทิลีน คาร์บอนไดซัลไฟด์) และทำการตรวจสอบค่าความต้านทานไฟฟ้าต้องได้ผลตามตารางข้างต้น ซึ่งเป็นรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตสำหรับการป้องกันการติดไฟและป้องกันการระเบิด

| การจำแนกประเภทสภาพแวดล้อม

หมวดหมู่ของประเภทรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสถิตที่ผ่านทดสอบในสภาพแวดล้อมการใช้งานที่คาดไว้ (อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์)

จำแนกตามประสิทธิภาพในการป้องกัน JIS T8103 วัสดุที่ใช้ผลิต วัสดุที่ใช้ทำแผ่นรองเท้าและพื้นรองเท้า หัวรองเท้า สัญลักษณ์
รองเท้านิรภัย หนังแท้ ยางธรรมชาติหรือวัสดุสังเคราะห์พอลิเมอร์ JIS T8101 เป็นไปได้ P
รองเท้าป้องกัน หนังเทียม พลาสติก ผ้าใบ ฯลฯ บางส่วนหรือทั้งหมด ไม่อยู่ภายใต้มาตรฐาน JIS T8101 เป็นไปได้ O
รองเท้าทำงาน ไม่มี W

ชนิดของวัสดุที่ใช้ผลิต (สัญลักษณ์)


| Class I (CI)

รองเท้าทำจากหนังและวัสดุอื่น

| Class II (CII)

รองเท้าทำจากยางธรรมชาติหรือวัสดุสังเคราะห์พอลิเมอร์

ประเภทรองเท้านิรภัยแบ่งตามลักษณะการใช้งาน (สัญลักษณ์)


| งานหนักพิเศษ (U)

รองเท้านิรภัยสามารถป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทก 200J และทนต่อแรงบีบอัด 15kN

| รองเท้านิรภัยสำหรับงานหนัก (H)

รองเท้านิรภัยสามารถป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทก 100J และทนต่อแรงบีบอัด 15kN

| รองเท้านิรภัยสำหรับงานทั่วไป (S)

รองเท้านิรภัยสามารถป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทก 70J และทนต่อแรงบีบอัด 10kN

| รองเท้านิรภัยสำหรับงานเบา (L)

รองเท้านิรภัยสามารถป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทก 30J และทนต่อแรงบีบอัด 4.5kN

คุณสมบัติเพิ่มเติมของรองเท้านิรภัยมาตรฐานญี่ปุ่น JIS (สัญลักษณ์)


| ความต้านทานการเจาะทะลุ (P)

ทดสอบด้วยการใช้ตะปูเหล็กแทงทะลุด้วยแรงกระแทก 1,100N ขึ้นไป

| การดูดซับแรงกระแทกของส้นเท้า (E)

ส้นรองเท้าสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ 20J

| ความต้านทานแรงกระแทกของตัวป้องกันหลังเท้า (M)

ความสามารถในการป้องกันแรงกระแทกที่หลังเท้า โดยการทดสอบครั้งสุดท้ายที่ทำให้รองเท้าเกิดการเสียรูปทรงจะต้องมีขนาดความหนาพื้นรองเท้ารวมกับดินน้ำมันทั้งหมดได้ขนาด 25 มม. ขึ้นไป

| ป้องกันการลื่น (F)

พื้นรองเท้ามีความต้านทานการลื่นไถล ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
ประเภทที่ 1 พื้นรองเท้ามีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานแบบไดนามิกเท่ากับ 0.20 และไม่เกิน 0.30 (F1)
ประเภทที่ 2 พื้นรองเท้ามีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานแบบไดนามิกไม่ต่ำกว่า 0.30 (F2)

| กันน้ำ (W)

ความสามารถในการกันน้ำของรองเท้านิรภัยประเภท Class I (ทำจากหนัง) เท่านั้น

| ความต้านทานการตัด (C)

ความสามารถในการต้านทานแรงตัดจากเลื่อยยนต์

| ฉนวนไฟฟ้า (I)

เป็นการแสดงระดับของค่าความต้านทานฉนวนไฟฟ้าของรองเท้านิรภัย Class II (ทำจากยาง) เท่านั้น และหัวรองเท้าต้องไม่ทำจากเหล็ก ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
ประเภทที่ 1 สำหรับวงจรไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า AC ไม่น้อยกว่า 300V และไม่เกิน 600V (I – 600)
ประเภทที่ 2 สำหรับวงจรไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า AC ไม่น้อยกว่า 600V และไม่เกิน 3500V (I – 3500)
ประเภทที่ 3 สำหรับวงจรไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า AC ไม่น้อยกว่า 3500V และไม่เกิน 7000V (I – 7000)

| รองเท้ามีฉนวนป้องกันความร้อน (HI)

แสดงถึงระดับการนำความร้อนสู่ด้านในของพื้นรองเท้านิรภัยกับอุณหภูมิสูง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 หมวด คือ หมวดที่ 1 สำหรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 22 ℃ เป็นเวลาอย่างน้อย 20 นาที และไม่เกิน 30 นาที
(HI1) และหมวดที่ 2 สำหรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 22 ℃ เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที (HI2)

| รองเท้ามีฉนวนป้องกันความเย็น (CI)

แสดงถึงระดับการนำความร้อนสู่ด้านในของพื้นรองเท้านิรภัยกับอุณหภูมิต่ำ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 หมวด คือ หมวดที่ 1 สำหรับอุณหภูมิลดลง 10 ℃ เป็นเวลาอย่างน้อย 20 นาที และไม่เกิน 30 นาที
(CI1) และหมวดที่ 2 สำหรับอุณหภูมิลดลง 10 ℃ เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที (CI2)

| ความต้านทานการสัมผัสความร้อนสูงของพื้นรองเท้าชั้นนอก (H)

พื้นรองเท้าชั้นนอกมีความทนทานต่อการสัมผัสความร้อน 300 ℃ เป็นเวลานาน 1 นาที

| ความต้านทานน้ำมันเชื้อเพลิงที่พื้นรองเท้าชั้นนอก (BO)

พื้นรองเท้าไม่เกิดการบวมและการหดตัวเมื่อสัมผัสกับน้ำมันและเชื้อเพลิง

| ความต้านทานน้ำมันเชื้อเพลิงของหลังเท้า (UO)

ฝาครอบป้องกันหลังเท้าไม่เกิดการบวมและการหดตัวเมื่อสัมผัสกับน้ำมันและเชื้อเพลิง
*คุณสมบัติเพิ่มเติมเหล่านี้จะระบุแทนด้วยสัญลักษณ์หรือตัวอักษรไว้ที่กล่องบรรจุภัณฑ์หรือด้านในรองเท้านิรภัย

ตัวอย่างที่ 1 รองเท้านิรภัยที่ระบุสัญลักษณ์หรือตัวอักษร S คือ รองเท้านิรภัยแบบหนังสำหรับงานทั่วไป
ตัวอย่างที่ 2 รองเท้านิรภัยที่ระบุสัญลักษณ์หรือตัวอักษร SP คือ รองเท้านิรภัยแบบหนังสำหรับงานทั่วไปและมีแผ่นป้องกันการเจาะทะลุ เพื่อป้องกันฝ่าเท้าเหยียบเศษวัสดุหรือของมีคม

มาตรฐาน JSAA


มาตรฐาน JSAA เป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับรองเท้านิรภัยประเภทผ้าใบซึ่งจะรองรับการใช้งาน 2 ประเภท คือ Class A สำหรับงานทั่วไป และ Class B สำหรับงานเบา ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันเทียบเท่ากับรองเท้านิรภัยมาตรฐาน JIS T8101 ใน Class S และ Class L

ข้อกำหนดทางเทคนิคและระบบการรับรองของรองเท้านิรภัยประเภทผ้าใบตามมาตรฐานความปลอดภัย JSAA จะมีการติดฉลากแสดงเครื่องหมายเป็นแท็กหรือป้ายข้อมูลรับรองมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดยองค์กรภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ บนกล่องบรรจุภัณฑ์แต่ละกล่องจะมีเครื่องหมายรับรองระบุไว้ด้านใดด้านหนึ่ง และรองเท้านิรภัยประเภทผ้าใบที่ผ่านการรับรอง งานทั่วไป : Class A และงานเบา : Class B ซึ่งจะระบุเครื่องหมายไว้ใต้ลิ้นของตัวรองเท้าเช่นกัน

ตัวอย่าง เครื่องหมายและฉลากบนภาชนะบรรจุรองเท้าเซฟ และ รองเท้าเซฟตี้ประเภทผ้าใบที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน JSAA

Previous article:
Next article: