TONE กว่าจะมาเป็น Bolting Solutions ที่ MOTOR SPORT ให้การยอมรับ

จุดเริ่มต้นของ TONE CO., LTD. เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1925 ในชื่อ Maeda Gunji Shoten บริษัทผลิตเครื่องมือเพื่ออุตสาหกรรมช่าง โดยมีคุณกันจิ มาเอดะ เป็นหัวเรือใหญ่ ด้วยแนวคิดต้องการที่จะผลิตเครื่องมือที่มีคุณภาพออกมาสู่สายตาคนญี่ปุ่น ก่อนที่ในอีก 7 ปีต่อมาจะจดทะเบียนในชื่อ Maeda Metal Industries, Ltd. ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น แต่ทว่าก็ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นในปีถัดมาทำให้บริษัทอยู่ในสถานะเสี่ยง

หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามในปี ค.ศ. 1945 บริษัท TONE ตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่สินค้าเพื่อพลเรือนอย่างเต็มตัว และได้ย่างก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ในเวลาต่อมา TONE ได้การรับรองว่าเป็นเครื่องมือยานยนต์เกรด A จากกระทรวง MITI ในงาน Auto Show ปี ค.ศ. 1954 งานจัดแสดงที่เป็นเสมือนต้นแบบของงาน Tokyo Motor Show ในปัจจุบัน และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ TONE ก็ทยอยได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน JIS ในปีต่อๆ มา เช่น ก้านต่อ ด้ามหมุน ด้ามฟรี ข้อต่ออ่อน ฯลฯ

TONE ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและตัดสินใจนำเข้าเครื่องจักรจากสหรัฐอเมริกาเพื่อการผลิตที่ได้มาตรฐาน และได้แต่งตั้งประธานคนใหม่อย่างคุณซาดาโอะ ยาชิกิ ขึ้นมาบริหารจัดการ วิสัยทัศน์ของเขาส่งผลให้บล็อกลมชิ้นแรกของบริษัทได้ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1973 ถือเป็นการเปิดหน้าแรกของประวัติศาสตร์เครื่องมือลมในชื่อ TONE อย่างเป็นทางการ

ปัจจุบัน TONE ใช้ชื่อ TONE CO., LTD. ในการดำเนินกิจการ และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเครื่องมือที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JIS ISO CE รางวัลด้านการออกแบบ และรางวัลวิชาการในระดับประเทศไปจนถึงระดับนานาชาติ นับเป็นเวลากว่า 80 ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทที่ TONE ยังไม่หยุดพัฒนาสู่การเป็นผู้นำด้านเครื่องมือ Bolting Solutions ซึ่งครอบคลุมงานขันและคลายน็อตทุกประเภท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ Motor Sport ที่เครื่องมือลม TONE ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้สนับสนุนทีมแข่ง PACIFIC RACING TEAM และมีทีมอื่นๆ อีกมากมาย
คิดแบบ TONE แนวทางสู่เครื่องมือลมเบอร์ต้นของโลก

“เราจะสร้างสรรค์เครื่องมือใหม่ ๆ ที่โลกยังไม่เคยมีมาก่อน” TONE มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้าน Bolting Solutions ในระดับโลก โดยยึดหลักสำคัญคือการมอบความพึงพอใจ แรงบันดาลใจ และคุณค่า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมันและได้รับความปลอดภัยที่สอดคล้องกับยุคสมัย

TONE ใส่ใจในขั้นตอนการผลิตสินค้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และใช้วัสดุที่มีคุณภาพ โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคและเสียงตอบรับจากการใช้งาน แล้วนำมาออกแบบอย่างรอบคอบให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ TONE ยังคงตรวจสอบจุดที่สามารถปรับปรุงได้อย่างสม่ำเสมอ นำแนวคิดใหม่ที่ทันสมัยเข้ามาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์เดิม เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น

การมีส่วนเชิงรุกในวงการกีฬา Motor Sport ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เครื่องมือลมถูกใช้อย่างแพร่หลายในวงการแข่งรถ เช่น บล็อกลม ปืนเป่าลม ฯลฯ ซึ่งอาศัยความเร็วที่ต้องมาคู่กับปลอดภัย TONE สามารถที่จะเข้าถึงเพื่อศึกษาจุดที่ควรปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นพร้อมทั้งเรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ ได้จากในสนามแข่งและพื้นที่ซ่อมบำรุง ซึ่งเป็นพื้นที่การปฏิบัติงานจริงที่จะช่วยให้พบจุดที่สามารถพัฒนาได้อีกในอนาคต
สิ่งที่ “ลม” ทำได้ แต่ “แรงกายและกำลังไฟฟ้า” ทำไม่ได้ ส่องชัยชนะ “เครื่องมือลม” ทำไมจึงเหนือกว่าในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

กำลังในการทำงาน – เครื่องมือลม TONE ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพมาก สามารถส่งแรงบิดกำลังสูงได้อย่างต่อเนื่อง ให้แรงได้มากกว่าการใช้กำลังกายและเครื่องมือไฟฟ้าแบบอื่นๆ ที่ต้องใช้กำลังไฟฟ้าในการเพิ่มแรง มีข้อได้เปรียบทางกำลังการหมุนในงานช่างหลากหลายงาน

ความเร็ว – เครื่องมือลม TONE มีรอบการทำงานที่ไวกว่าเครื่องมือปกติที่ใช้แรงกายและไฟฟ้า สามารถลดระยะเวลาที่ใช้ในการประกอบโดยเฉพาะการขันน็อตที่มีจำนวนมาก ทว่ายังสามารถขันได้แน่นเต็มที่และดีกว่าการใช้กำลังกาย

ความทนทานและอายุการใช้งาน – เครื่องมือลม TONE ออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนักในอุตสาหกรรมช่าง โดยโดดเด่นในอุตสาหกรรมช่างยนต์โดยเฉพาะ มีโครงสร้างที่ทนทาน ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน และมีขั้นตอนการเก็บรักษาที่สามารถทำได้ง่ายกว่าเครื่องมือไฟฟ้าชนิดอื่นๆ

น้ำหนักเบา – เครื่องมือลม TONE ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับแรงที่ให้ ทำให้ประหยัดแรงในการทำงานและการหยิบจับเครื่องมือเป็นเวลานานๆ เพื่อให้สะดวกในการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง

ความปลอดภัย – เครื่องมือลม TONE เนื่องจากไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงานโดยตรง ทำให้ลดอัตราการเกิดไฟดูดและประกายไฟที่อาจเกิดได้กับตัวเครื่องในขณะทำงาน ทำให้ความปลอดภัยในการทำงานมีมากขึ้นเมื่อเทียบกับเครื่องมือไฟฟ้าทั่วไป

อย่างไรก็ดีเครื่องมือลมก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างบางประการ เพราะมีต้นทุนที่สูงกว่าเครื่องมือทั่วไปและมีจำนวนเครื่องมือที่มากชิ้นกว่าในการใช้งานขั้นต้น ซึ่งต้องใช้ปั๊มลม ระบบกรอง ร่วมกับตัวเครื่องมือ อีกทั้งยังมีทั้งปั๊มลมและสายลมทำให้พกพาได้ยากกว่าเครื่องมือประเภทอื่นๆ ทำให้เครื่องมือลมนั้นจะเหมาะกับงานที่ต้องการเครื่องมือที่ต้องใช้ในระยะยาว เนื่องจากความคงทนของเครื่องมือที่สูงกว่าเครื่องมือทั่วไป ส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่จะชดเชยให้เครื่องมือลมมีต้นทุนที่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ต้องจ่าย









